ักเป่ยหานได้ เพราะถูกค่ายกลป้องกันขวางเอาไว้
อีกทั้งยังทำลายไม่ได้อีกด้วย!
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “จื่อโยว อินรั่วเฉิน พวกเจ้ามีวิธีทำลายค่ายกลป้องกันนี้หรือไม่?”
อินรั่วเฉินกล่าว “หากเป็นค่ายกลธรรมดาทั่วไปทำลายได้ แต่ค่ายกลนี้มีบางอย่างเพิ่มเข้ามา และมีผู้แข็งแกร่งปกป้องอยู่ เกรงว่า…”
มู่เฉียนซีกล่าว “ดูท่าจะมาเสียเที่ยวแล้ว! แต่ก็มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่าพิษของข้ามีผลกระทบต่อเป่ยกงจั๋วมาก เช่นนี้เราควรจะกลับไปเตรียมพร้อมได้แล้ว”
ครั้งต่อไปจะทำศึกกับตำหนักเป่ยหาน พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำอีกแล้ว
หอฉงโหลวบนเมฆาเคลื่อนตัวเข้าสู่เมฆาอีกครั้ง และคนของตำหนักเป่ยหานก็ไปรายงานต่อเป่ยกงจั๋ว
“ท่านหัวหน้าตำหนัก มู่เฉียนซีกลับไปแล้วขอรับ”
ฉ่า! เป่ยกงจั๋วบีบขวดยาในมือจนแตก
“รอให้ข้ากำจัดพิษนี้ไปให้สิ้นก่อนเถอะ ข้าไม่มีวันปล่อยนังมู่เฉียนซีไปเด็ดขาด”
ผลลัพธ์ในการทำศึกสู้รบระหว่าตำหนักเป่ยหานกับหอหมอปีศาจก็เป็นที่ประจักษ์ขึ้นแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าตำหนักเป่ยหานจะปิดตำหนักเก็บตัวอยู่ในตำหนัก คนในไม่ให้ออกคนนอกไม่ให้เข้า และฝ่ายชนะก็คือหอหมอปีศาจนั่นเอง
ส่วนมู่เฉียนซีปรุงยาออกมาได้สำเร็จแล้ว นางชะล้างผลึกวิญญาณทมิฬเหล่านั้นเสร็จสิ้น และเตรียมจะมอบให้ลูกน้องนำไปฝึกฝน และในตอนนี้เอง น้ำเสียงอันอ่อนโยนเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “ซีเอ๋อร์ ผลึกวิญญาณทมิฬนี้ หากใช้อีกวิธี ผลลัพธ์มันจะเห็นชัดกว่า”
.
.