เถอะนะ! กองกำลังของข้าหายดีแล้ว ไม่รบกวนท่านแล้วล่ะ”
อินรั่วเฉินกล่าว “แม่นางมู่ช่วยข้ามาตั้งมากมาย อาตมาจะอยู่ข้างกายแม่นางมู่ และปกป้องแม่นางมู่เอง”
จื่อโยวมองหน้าอินรั่วเฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ก่อนจะกล่าวว่า “ปกป้องเหรอ ท่านแน่ใจเหรอว่าไม่มีความคิดอื่นแอบแฝง”
จิ่วเยี่ยรักคนงามเสียยิ่งกว่าสิ่งใด อยากจะอยู่ใกล้นาง อยากจะอยู่ปกป้องข้างกายนางตลอดเวลา แต่คนงามกลับไม่อนุญาต
ในเมื่อมีเขาอยู่ตรงนี้ เขาก็จะขัดขวางศัตรูหัวใจของเยี่ยทุกคนให้ได้
“ไม่มี!” อินรั่วเฉินตอบอย่างตรงไปตรงมา
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าอยู่ในสายตาข้าก็ดีเหมือนกัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าหนีอีก แล้วเมื่อไหร่จะเอาฝักกระบี่ให้ข้าสักทีล่ะ”
“ยังไม่ถึงเวลา!” อินรั่วเฉินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ไม่นานนัก หอฉงโหลวบนเมฆาก็มาถึงตำหนักเป่ยหาน
ทันใดนั้นท้องฟ้าก็พลันมืดครึ้มลง “ท่านหัวหน้าตำหนัก ท่านหัวหน้าตำหนักขอรับ! มู่เฉียนซีบุกมาแล้วขอรับ!”
พิษในร่างกายของเป่ยกงจั๋วยังรักษาไม่หายดี ตอนนี้ข้าศึกบุกเข้ามาถึงที่เช่นนี้ เขาเสียเปรียบมาก
“เปิดค่ายกลป้องกันเร็วเข้า!”
“ขอรับ!”
“ช้าก่อน พวกเจ้าไปเพิ่มค่ายกลป้องกันเร็วเข้า!”
เป่ยกงจั๋วไม่มีความเชื่อมั่นในค่ายกลของตำหนักเป่ยหานเลย อย่างไรเสียก่อนหน้านี้มู่เฉียนซีก็เคยเป็นถึงประมุขน้อยของตำหนักเป่ยหาน
“ขอรับ ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย!”
ตูม ปัง ปัง!
มู่เฉียนซีพบว่าไม่สามารถเข้าไปในตำหน