ๆ! ถูกคนงามจับได้จนได้ ข้าหายดีแล้วล่ะ จะให้ข้านำกำลังคนไปฆ่าเจ้าหมอนั่นตอนนี้เลยดีหรือไม่?”
“ข้าขอพักผ่อนสักหน่อย แล้วเราค่อยไปกัน!”
“งั้นเจ้าก็รีบไปพักเถอะ!”
“อ๊า!” ในตำหนักเป่ยหาน เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดทรมานดังขึ้น
เป่ยกงจั๋วมองหน้าตัวเองในกระจก ใบหน้าซีกหนึ่งกลายเป็นสีดำคล้ำ ทำให้เขาที่เมื่อก่อนดูอ่อนโยนกลับต้องกลายมาเป็นผู้ที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่งในตอนนี้
“มู่เฉียนซี นังตัวดี! นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าวางยาพิษข้าจนข้ามีสภาพเช่นนี้ได้ สมกับที่เป็นผู้ครอบครองหม้อเทพนิรันดร์จริง ๆ”
“แต่อย่างไร ของที่มันเป็นของข้า ข้าก็ไม่มีวันปล่อยไปง่าย ๆ แน่ เจ้าคอยดูก็แล้วกัน!”
มู่เฉียนซีนอนพักไปหนึ่งวันเต็ม เมื่อนางตื่นขึ้นมา นางก็กล่าว “เป่ยกงจั๋วโดนพิษของข้าไป และพิษนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะรักษาให้หายได้ง่าย ๆ พายอดฝีมือกลับไปบุกลองเชิงตรวจดูสถานการณ์พวกนั้นดูสักหน่อยดีกว่า!”
“ภารกิจในครั้งนี้ก็คือการลองเชิงตรวจดูสถานการณ์ ไม่ใช่การฆ่าให้ตายกันไปข้างหนึ่ง รักษาตัวด้วย!”
“ขอรับ!”
มู่เฉียนซีใช้หอฉงโหลวบนเมฆาในการเคลื่อนไหว เพราะหอฉงโหลวนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก!
ร่างในชุดเหลืองอ่อนร่างหนึ่งก็พุ่งตัวเข้าไปในหอฉงโหลวบนเมฆาเช่นกัน มู่เฉียนซีตกใจขึ้นเล็กน้อย
“ท่านโอรสศักดิ์สิทธิ์ พวกข้าจะไปทำเรื่องชั่ว ๆ แน่ใจแล้วเหรอว่าจะไปด้วยจริง ๆ?”
จื่อโยวกล่าว “ข้าว่านักบวชอย่างท่าน กลับไปกินเจสวดพระคัมภีร์