ดขึ้น “ลำแสงนั่น คือสิ่งใดกัน?”
“มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ผู้พิทักษ์เหรอ?”
“บุตรสาวของมู่เฟิงอวิ๋น องค์หญิงน้อยแห่งตระกูลมู่มีของล้ำค่าติดตัวไม่น้อยเลย แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังอดที่จะอยากได้มาครอบครองไม่ได้!”
“เปิดค่ายกลส่งตัวเดี๋ยวนี้ ตามพวกมันไปเร็วเข้า! ต่อให้พวกมันเข้าไปในค่ายกลส่งตัวแล้ว แต่ก็คงจะยังไปได้ไม่ไกล!”
ทว่า…
“ฝ่าบาท พลังแห่งมิติค่ายกลส่งตัวนี้ถูกปิดผนึกแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“ฝ่าบาท ค่ายกลส่งตัวใช้ไม่ได้ จะทำเช่นไรดีพ่ะย่ะค่ะ!”
“มู่เฉียนซี ทำได้ยังไงกัน!”
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง! เป่ยกงจั๋วโกรธเกรี้ยวมากจึงระบายโทสะออกมาอย่างรุนแรงจนรอบบริเวณแตกกระจุยกระจายกลายเป็นซากปรักหักพัง
“ตามมันไป! ตามมันไปให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
“เปิดมิติเรือบินเดี๋ยวนี้!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เป่ยกงจั๋วโกรธจนแทบบ้าคลั่งแล้ว เขาเคยชินกับความสมปรารถนา ปรารถนาสิ่งใดก็ย่อมได้ในสิ่งนั้น แต่เมื่อมู่เฉียนซีปรากฏตัวขึ้น เขากลับต้องเผชิญกับความผิดหวังอย่างที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน
ชิงอิ่งอุ้มมู่เฉียนซีออกมาจากค่ายกลส่งตัว พลังวิญญาณของมู่เฉียนซีในตอนนี้ใช้ไปหมดแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “รีบออกไปจากเมืองตงจี๋เร็วเข้า เมืองตงจี๋มีคนของตำหนักเป่ยหานอยู่!”
“เพื่อปกปิดที่อยู่ เราจะมุ่งหน้าไปที่ทุ่งรกร้างอันกว้างใหญ่เลยไม่ได้ หาป่าที่ไม่มีผู้คนสักแห่งรักษาอาการบาดเจ็บก่อน!”
“อืม!”
ครั้นแล้วชิงอิ่งจึงรีบออกจากเมืองตงจี๋อย่างรวดเร็ว และมู่เฉียนซีก็หม