ีกล่าว “เตรียมพร้อมได้เลย!”
คนของเผ่าโบราณเหล่านั้นกล่าว “นายท่าน ข้าจะไปกับนายท่าน!”
“นายท่าน!”
พวกเขาไม่รู้ว่ามู่เฉียนซีมาที่ตำหนักเป่ยหานด้วยเหตุอันใด แต่พวกเขารู้ดีว่าตอนนี้คนของตำหนักเป่ยหานกำลังตามจับตัวนางอยู่ ให้นางไปคนเดียวเช่นนี้ มันอันตรายเกินไปจริง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าคุ้นเคยกับตำหนักเป่ยหานมาก แต่พวกเจ้าไม่คุ้นเคยกับตำหนักเป่ยหานเลยสักนิด ข้าไปคนเดียวสะดวกกว่า พวกเจ้ารักษาตัวอยู่ในหอฉงโหลวกันก่อนเถอะ!”
“ขอรับ!”
เห็น ๆ กันอยู่ว่านี่เป็นเวลากลางวันแสก ๆ แต่ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มขึ้นมาเสียอย่างนั้น
พวกเขาเห็นหอฉงโหลวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเช่นนี้ก็ตกตะลึงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “หอฉงโหลวนี่เหมือนกับหอฉงโหลวที่ปรากฏขึ้นตอนที่ประมุขน้อยจากไปไม่ใช่เหรอ?”
“หรือว่า…ประมุขน้อยจะกลับมาแล้ว!”
“มู่เฉียนซีบุกมาแล้ว เตรียมป้องกันเร็วเข้า! เตรียมป้องกันเร็ว!”
ในขณะที่พวกเขาเตรียมป้องกันนั้น ร่างในชุดสีม่วงร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ
“มังกรเพลิงสังหาร!”
“บัวแดงพิฆาต!”
เปลวไฟสีแดงฉานนั้นพุ่งลงมาจากกลางอากาศราวกับอุกกาบาต ไม่เพียงเท่านี้ ผงยาสีเทายังถูกโปรยปรายด้วยลงมาราวกับสายฝน
ค่อก ๆ ๆ!
ตูม ปัง ปัง!
ภายในชั่วพริบตาเดียว ตำหนักเป่ยหานก็เกิดความโกลาหลขึ้น
เขม่าควันโจมตีลงไป คนจำนวนมากล้มลงไปนอนกองกับพื้น และไม่สามารถพยุงตัวลุกขึ้นมาได้
และในตอนนี้สองเท้าของมู่เฉียนซีก็ได้จรดลงบนพื้น