อินรั่วเฉินเผยรอยยิ้มอย่างไม่อาจหยั่งรู้ได้ออกมา และกล่าวอย่างเชื่องช้าว่า “ความลับสวรรค์มิอาจเปิดเผยได้!”
ปัง!
มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้แล้วก็อารมณ์เสียขึ้นมาทันที
นางยกขาเตะเจ้าพระนี่ออกไปจากประตูอุโบสถทันที
“พระใจดำ ข้าอยากจะสั่งสอนเจ้าจริง ๆ เลย อยู่ต่อหน้าข้าเจ้าไม่ต้องมาเสแสร้งทำตัวเป็นคนดีหรอก เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้าเหรอ!” มู่เฉียนซีถลึงตาจ้องมองเขา
อินรั่วเฉินลุกขึ้นมาด้วยหน้าตาที่เปรอะเปื้อน สองมือพนมขึ้นพลางกล่าวว่า “พระท่านตรัสเอาไว้ว่าพูดออกไปไม่ได้ พูดไม่ได้จริง ๆ!”
มู่เฉียนซีแย่งไม้กวาดมาจากพ่อบ้าน และใช้ด้ามไม้กวาดตีอินรั่วเฉินรัว ๆ ทันที
ผัวะ ผัวะ ผัวะ!
“อินรั่วเฉิน ข้าทนเจ้ามานานมากแล้วนะ”
“พูดจาเหลวไหลอยู่ได้ เจ้ามันหลอกลวงข้า”
“……”
พ่อบ้านที่กวาดพื้นอยู่ด้านนอกพระอุโบสถเหล่านั้นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นี่…
โอรสศักดิ์สิทธิ์ถูกตีเหรอ!
ท่านโอรสศักดิ์สิทธิ์ผู้สูงส่ง นึกไม่ถึงเลยว่าจะถูกคนเอาด้ามไม้กวาดตี!
“คุณชายมู่ อย่า!”
“คุณชายมู่! ตีไม่ได้นะ!”
“……”
คนอื่น ๆ ก็ไม่อาจทนดูได้อีกต่อไปแล้ว จึงรีบเข้ามาห้ามโดยพลัน
มู่เฉียนซีกล่าว “โอรสศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องทำเช่นนี้ถึงจะสามารถทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี หากพวกเจ้าอยากให้โอรสศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าหายเร็ว ๆ ก็อย่าได้เข้ามาขวาง ยืนดูก็พอแล้ว”
ผัวะ!
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยท่าทางจริงจัง จนทำให้คนเหล่านี้เชื่อน