งก็รู้สึกได้ถึงแสงสว่างที่เจิดจรัสของเขา
มู่เฉียนซีตกใจนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หากนางไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าหมอนี่เป็นคนใจร้ายใจดำแล้วละก็ นางต้องถูกเจ้าหมอนี่หลอกลวงเป็นแน่
ดวงตาคู่นั้นของอินรั่วเฉินปิดสนิท และเขาก็เริ่มสวดมนต์
เขาสวดมนต์ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ให้ทุกคนฟัง
มู่เฉียนซีเองก็เช่นกัน!
จิตใจของพวกเขาก็ยิ่งลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น!
ละทิ้งการเข่นฆ่าทุกอย่าง ร่วมกันชะล้างรอยเลือดและบาปไปด้วยกัน!
มู่เฉียนซีกระพริบตาเบา ๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ต้องยอมรับเลยว่าอินรั่วเฉินเป็นคนที่น่าทึ่งคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
นางไม่ได้ต่อต้านพลังนี้แต่อย่างใด เลือกที่จะยอมรับและนั่นก็ทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายมาก
ที่โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากผู้คนมากมายเช่นนี้ ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล
เพียงแต่ว่า…
เหล่าบรรดาผู้แสวงบุญเหล่านี้ดูไม่ออก แต่มู่เฉียนซีในฐานะที่เป็นนักปรุงยานางกลับดูออกว่าสีหน้าของอินรั่วเฉินตอนนี้ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
แม้แต่นางเองก็รู้ว่าการทำพิธีนี้ต้องใช้พลังจิตอย่างมหาศาล เจ้าหมอนี่จะทนได้อย่างไรกันล่ะ
มู่เฉียนซีอยากตะโกนบอกให้เขาหยุดเสียเหลือเกิน แต่อินรั่วเฉินที่อยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้นางตะโกนบอกให้หยุดเช่นไรก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี
“หากทนไม่ไหวเขาก็ควรที่จะหยุด ทำร้ายตัวเองเพื่อคนอื่น เจ้าหมอนี่คงไม่ได้ใจกว้างถึงเพียงนั้นกระมัง!”
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปอย่างช้า ๆ นับตั้งแต่เช้าตรู่จ