หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความมีเมตตาและอ่อนโยน
เมื่อเขาเห็นอินรั่วเฉินก็ตกตะลึงขึ้นเล็กน้อย “รั่วเฉิน เจ้ากลับมาแล้ว เจ้าไม่เป็นอะไรนับว่าเยี่ยมจริง ๆ”
“หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอิน ข้ารู้สึกว่าท่านจะเสแสร้งไปสักหน่อยนะ! หลังจากเกิดเรื่อง ท่านไม่เพียงแต่จะไม่ตรวจสอบเรื่องจริงให้กระจ่าง แถมยังส่งคนออกไปตามล่าอินรั่วเฉินอีก มิหนำซ้ำยังประกาศเรื่องนี้ออกไปจนทำให้คนอื่นเชื่อ หากไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนล้างบาปด้วยตัวเอง เกรงว่าชื่อเสียงเขาต้องฉาวโฉ่จนไม่รู้จะฉาวโฉ่ยังไงแล้วล่ะ ถึงตอนนั้นจะพิสูจน์เช่นไรก็คงไม่มีใครเชื่อแล้ว”
มู่เฉียนซีเห็นหน้าเจ้าเฒ่าผู้นี้แล้วก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที แม้ว่าเขาจะดูเหมือนคนดีก็ตาม
แม้ว่าศึกการต่อสู้ของทั้งสองตำหนักจะทำให้พวกเขาได้รับความเสียหายไปไม่น้อย แถมนางเองก็เกือบจะถูกมู่หลินหลางฆ่า
นางเรียกร้องให้เจ้าเฒ่านี่ส่งตัวอินรั่วเฉินมา แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นที่ตำหนักเทพ
หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินมองไปยังชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาธรรมดาแต่กลับมีนิสัยดื้อรั้นหัวแข็งมาก ก่อนที่เขาจะตกใจผงะไปครู่หนึ่ง
“พสกผู้นี้เป็นใคร?”
มิน่าล่ะว่าเหตุใดชื่อเสียงของโอรสศักดิ์สิทธิ์ถึงได้เป็นที่ขนานนามมากกว่าหัวหน้าแคว้น ด้วยสายตาอันเฉียบแหลม หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินไม่อาจเทียบอินรั่วเฉินได้เลยแม้แต่น้อย
อินรั่วเฉินกล่าว “หัวหน้า