ี้กับเสี่ยวหงได้ยินเช่นนี้ก็ตกตะลึงขึ้น “นายท่าน พวกเรา…พวกเรา…”
“อย่าบอกว่าพวกเจ้าทำไม่เป็นนะ!”
มู่เฉียนซีทำสีหน้าท่าทางสงสัยออกมา
“มา! ดื่มชาเถอะ!”
ฮี่ ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ!
ไม่นานนักเสียงจั๊กจี้ก็ดังมาจากในห้อง
คนที่คอยจับตามองอยู่ในที่มืดล้วนแต่หมดคำพูดแล้วจริง ๆ “ตกลงศิษย์ของปรมาจารย์จางผู้นี้จะมารักษาอาการป่วยของท่านหัวหน้าเผ่าหรือมาเที่ยวเล่นกันแน่! ดึก ๆ ดื่น ๆ เช่นนี้แล้วยังมาเล่นเช่นนี้อีก ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ”
“ซวยจริง ๆ เหตุใดพวกเราถึงต้องมาจับตามองแล้วมาได้ยินอะไรเช่นนี้ด้วย!”
พวกเขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าคำพูดนี้ของพวกเขาจะทำให้คนสองคนโกรธเกรี้ยวขึ้นได้
อินรั่วเฉินที่เดิมทีรินน้ำชาใส่จอกแล้ว แต่เมื่อได้ยินคำพูดนี้เข้า เขาก็เกือบจะขว้างจอกน้ำชาทิ้ง
มู่เฉียนซีกล่าว “วันพรุ่งก็จะได้เจอหัวหน้าเผ่าโบราณแล้ว เจ้าอย่าได้เผยพิรุธออกมาเด็ดขาด”
ผ่านไปครึ่งค่อนคืนกว่าในห้องจะเงียบสงบลง มู่เฉียนซีเอาอู๋ตี้กับเสี่ยวหงโยนกลับเข้าไปในมิติ ส่วนนางก็เอนกายนอนลงบนเตียง
นางเหลือบมองอินรั่วเฉินและกล่าวว่า “เจ้าจะปูผ้านอนก็ตามสบายนะ”
นางไม่ใช่คนที่เห็นคนงามแล้วจะยอมอ่อนโยนให้ อีกอย่างอินรั่วเฉินก็เป็นชายที่ปลอมตัวแต่งเป็นหญิง
ในค่ำคืนนี้ อินรั่วเฉินได้แต่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ยอมนอน
ผ่านไปหนึ่งคืน เช้าวันต่อมา นักปรุงยาประมาณเจ็ดแปดคนได้มารวมตัวกันที่ห้องโถง
ส่วนมู่เฉียนซีนั้นก็เป็นแค่เจ้าเด็กคนหนึ่งในส