วกัน! ดูว่าใครจะกลัวใคร!
ในขณะที่มู่เฉียนซีกำลังจะเดินออกจากประตูไป อินรั่วเฉินก็กล่าวขึ้นว่า “แม่นางมู่ เจ้ากำลังเป็นห่วงความปลอดภัยของหัวหน้าตำหนักเป่ยหานใช่หรือไม่! ข้าส่งคนไปสืบข่าวให้ได้นะ ข้าขอเวลาหนึ่งวัน”
มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็ชะงักการก้าวเท้าและหันหลังกลับมา แววตาของนางสาดประกายความเย็นชาออกมา!
“เจ้ารู้ได้ยังไง?”
“ข้าเป็นโอรสศักดิ์สิทธิ์มานานหลายปี ถึงแม้จะถูกคนทั่วทั้งแดนตะวันตกตามไล่ฆ่า แต่ข้าก็มีไพ่ของข้าอยู่ในมือ มีช่องทางของตัวเอง ข้ามีคนที่คอยสอดแนมอยู่ในตำหนักเป่ยหานมาโดยตลอด”
มู่เฉียนซีมองหน้าเขาอย่างพิจารณาก่อนจะกล่าวว่า “อินรั่วเฉิน เจ้าช่างเป็นพระที่หน้าซื่อใจคดจริง ๆ! นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะส่งคนไปแฝงตัวสอดแนมอยู่ในตำหนักเป่ยหาน”
“ก็เพื่อความสะดวกก็เท่านั้น ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย”
เป่ยกงจั๋วต้องเตรียมรับมือป้องกันกับคนของหอหมอปีศาจเอาไว้แล้วแน่นอน ดังนั้นการสืบข่าวจึงเป็นเรื่องยากมาก แต่หากคนของอินรั่วเฉินลงมือก็จะสะดวกไม่น้อย
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “ก็ได้ ตกลงตามนี้! หากได้ข่าวที่ทำให้ข้าสบายใจได้ ข้าจะรักษาเจ้าให้หาย และจะพิจารณาเงื่อนไขนั้นของเจ้า”
“ตกลง!”
ชายหญิงคู่หนึ่งพักที่โรงเตี๊ยม ต่อให้ตามหาและตรวจสอบอย่างไรก็ไม่มีทางรู้ตัวตนของพวกเขา
วันต่อมา อินรั่วเฉินก็ได้รับข่าวมาแล้ว และมอบข่าวนั้นให้กับมู่เฉียนซี
“กู้ไป๋อีนอนหมดสติอยู่ที่วังใต้ดิน ไม่อันตรา