ษอย่างเป่ยกงจั๋วผู้นั้น นางจะวางใจได้อย่างไรกันเล่า
มู่เฉียนซีอยากจะต่อยหน้าอินรั่วเฉินผู้นี้ให้หน้าบวมเหมือนหัวหมูจริง ๆ
อินรั่วเฉินมองมู่เฉียนซีอย่างไม่กระพริบตา เขากล่าวว่า “เจ้าคิดพิจารณาดูดี ๆ ข้าไม่มีทางทำร้ายเจ้า”
“เจ้าบาดเจ็บสาหัสอยู่ เจ้าไปพักผ่อนเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าวจบก็หันหลังเดินจากไป
ที่อินรั่วเฉินพูดมาเป็นความจริงหรือไม่ แล้วเงื่อนไขนี้จะตอบตกลงทำหรือไม่?
นางช่วยเขาหนีมาก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยขึ้นแล้ว พักผ่อนก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
อินรั่วเฉินที่ยืนมองแผนหลังของนางอยู่ก็สะดุ้งขึ้นเล็กน้อย พักผ่อนก่อนก็แล้วกัน! ให้ร่างกายฟื้นฟูกลับมาก่อนถึงจะลงมือทำอะไรได้มากกว่านี้
เพียงแต่ว่า…
ตอนที่คุยกับมู่เฉียนซีเมื่อครู่ อินรั่วเฉินไม่ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติอันใด
ทว่า มามองตอนนี้ เขาถึงกับตกตะลึงพรึงเพริดขึ้นแล้ว!
นี่เขากำลังสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ของสตรีอยู่ อีกทั้งยังดูเหมือนเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ของแม่นางมู่อีกด้วย ชั่วพริบตาเดียวสีหน้าของอินรั่วเฉินก็แดงก่ำขึ้น…
อินรั่วเฉินรีบเดินไปหน้ากระจก มองดูรูปร่างอันเพรียวบางร่างนี้ด้วยความประหลาดใจ รูปร่างหน้าตากลายเป็นสตรีเช่นนี้ สีหน้าของเขาก็แข็งทื่อไปในทันที
แม้แต่ตัวเองก็แทบจะจำตัวเองไม่ได้ นี่แม่นางมู่ปลอมตัวให้เขาเพื่อหลบจากการไล่ล่าของคนเหล่านั้นหรือ
โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินกับประมุขน้อยมู่เคยใช้ชีวิตหนึ่งวันกันมาแล้ว กิน ดื่ม ไปหอคณิกา แล