นี้ มู่เฉียนซีขยับเข้าไปฟังแน่นอน
“ข้ามีลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งเป็นทหารยามอยู่ที่ตำหนักเทพ ได้ยินมาว่าโอรสศักดิ์สิทธิ์ฆ่าคนในตำหนักเทพจนล้มตายไปหลายสิบคนอย่างโหดร้ายทารุณ แถมลงมือโหดเหี้ยมมากจนน่าตกใจ และยังได้ยินมาว่าโอรสศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่ทางมารแล้วด้วย”
“เป็นไปไม่ได้! เขาเป็นถึงโอรสศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ แม้แต่มดแมลงตัวเล็ก ๆ ก็ยังไม่คิดจะทำร้าย เขาจะฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมได้อย่างไรกัน”
“ลูกพี่ลูกน้องของข้าเห็นกับตาตัวเองเลยนะ ในอุโบสถของโอรสศักดิ์สิทธิ์นองไปด้วยเลือด สภาพของศพแต่ละศพไม่เหลือดีเลย แถมยัง…”
เขายังอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่พระหลายรูปที่นั่งอยู่โต๊ะตรงข้ามเขม็งตาจ้องมองมาที่เขาเสียก่อน เขาจึงไม่กล้าพูดอะไรออกมาแล้ว
“ฮ่า ๆ ๆ! ข้าพูดล้อเล่นน่า เรื่องเหลวไหลพวกนี้ พวกเจ้าก็เชื่ออย่างนั้นเหรอ!”
“เจ้านี่นะ! ใส่ร้ายป้ายสีโอรสศักดิ์สิทธิ์มีความผิดใหญ่หลวงนะ ต่อไปอย่าได้กล่าววาจาเหลวไหลเช่นนี้อีกล่ะ”
“……”
มู่เฉียนซีสังเกตสีหน้าของพวกเขามาโดยตลอด เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ใช่เรื่องเหลวไหล
อีกทั้งความแข็งแกร่งของพระเหล่านั้นก็ไม่ธรรมดา พระเหล่านี้มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่พร้อมกัน นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติ
ลงมืออย่างโหดเหี้ยม นองไปด้วยเลือด สภาพศพแต่ละศพไม่มีชิ้นดีเลย ได้ยินเช่นนี้แล้ว นี่มันเหมือนวิธีการของเจ้าพิฆาตวิญญาณไม่มีผิด
หรือว่าเป็นเพราะฝักกระบี่ เจ้าพิฆาตวิญญาณจึงไปหาอิน