นที่ร่างถูกย้อมไปด้วยเลือดผู้นั้น
เป่ยกงจั๋วจะไม่ฆ่าเขาจริง ๆ เหรอ คนเช่นนั้นจะสนใจในความเป็นพี่เป็นน้องได้อย่างไรล่ะ มู่เฉียนซีร้อนอกร้อนใจราวกับมีไฟสุมอยู่ในอก แต่ว่า…
หากนางออกไป แล้วจะควบคุมสิ่งใดได้บ้าง
เผชิญหน้ากับเป่ยกงจั๋ว พลังของนางในตอนนี้ไม่เพียงพอเลยสักนิด
เมื่อเห็นหอฉงโหลวบนเมฆาเข้าสู่ความว่างเปล่าเช่นนี้ สีหน้าของเป่ยกงจั๋วก็เคร่งขรึมเป็นอย่างยิ่ง
“บัดซบ! หนีไปจนได้ ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในดินแดนสี่ทิศ เจ้าคิดว่าจะหนีรอดไปจากเงื้อมมือของข้าได้อย่างนั้นเหรอ?”
หัวหน้าหอล่าถอยไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว คนของหอหมอปีศาจก็ล่าถอยกลับไปแล้วเช่นกัน
ชายชราผู้หนึ่งกล่าวถามว่า “องค์รัชทายาท ฝ่าบาทหานทรงเป็นเช่นไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ?”
“ไม่เป็นไรหรอก อย่าให้ตายก็พอ”
เขาเหลือบมองไปที่คนผู้นั้นที่นอนจมอยู่ในกองเลือด ตอนนี้กู้ไป๋อีหายใจอย่างแผ่วเบาแล้ว
“ท่านพี่ นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าคนที่เย็นชาไร้ความรู้สึกเช่นท่านจะทำเพื่อผู้หญิงคนเดียวจนยอมแลกแม้กระทั่งชีวิตเช่นนี้ ช่างน่าสนใจจริง ๆ! ข้าไม่ให้ท่านตายหรอกนะ ข้าจะให้ท่านใช้ชีวิตอย่างดี และให้ท่านมองดูนางตกมาเป็นเหยื่อในกำมือข้า”
กู้ไป๋อีถูกนำตัวไป เป่ยกงจั๋วกล่าว “นับจากนี้ต่อไป ข้าคือหัวหน้าตำหนักเป่ยหาน! ส่งกองกำลังทั้งหมดออกไปตามหามู่เฉียนซี หากได้ข่าวมู่เฉียนซีเมื่อใดก็รีบส่งข่าวมาให้ข้า”
“เสี่ยวไป๋!”
มู่เฉียนซีตกอยู่ในความเหม่อลอย เสี่ยวหงกับ