งเก็บค่าเข้าชมการหลอมยาของพี่ใหญ่ของเขา เก็บจนมือไม้อ่อนแรงไปหมด
นักปรุงยาเหล่านี้แทบจะบ้าแล้ว!
ความสามารถในการเรียกทรัพย์อย่างบ้าคลั่งนี้ของพี่ใหญ่ ต่อให้เขาเรียนรู้อีกสักร้อยปีก็ไม่อาจสู้พี่ใหญ่ได้!
สถานที่ที่มู่เฉียนซีเลือกในการหลอมยาครั้งนี้ก็คือตำหนักเป่ยหาน มีกู้ไป๋อี ชิงอิ่ง สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับหกอย่างอู๋ตี้กับเสี่ยวหงคอยปกป้องอยู่ จึงไม่มีผู้ใดกล้าย่างกลายมาก่อเรื่อง
หลอมยาระดับสูงเช่นนี้ มู่เฉียนซีเอาหม้อเทพนิรันดร์ออกมาหลอมแน่นอน แต่เมื่อมู่เฉียนซีเอาหม้อเทพนิรันดร์ออกมาในครั้งนี้นั้น นางก็รู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่างขึ้น
นางเหลือบมองหม้อยานั้น หรือว่าเจ้าปีศาจบ้านิรันดร์กำลังจะตื่นขึ้นมา
ทว่า มู่เฉียนซีเลือกที่จะทิ้งความรู้สึกแปลกประหลาดนั้นไปก่อน นางเอาสมุนไพรที่จะหลอมยานิพพานออกมา และใจจดใจจ่ออยู่กับการหลอมยา
มู่เฉียนซีจุดเตาไฟ และผสมสมุนไพรเข้าด้วยกัน ขั้นตอนการปรุงยาอย่างเชี่ยวชาญเช่นนี้ทำให้นักปรุงยาที่เข้าชมเหล่านั้นรู้สึกละอายใจมาก
“ช่างสมบูรณ์แบบเกินไปแล้ว หัวหน้าหอมู่อายุยังน้อยแต่สามารถทำได้ถึงขั้นนี้ มันทำให้ข้ารู้สึกว่าตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาข้าใช้ชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์จริง ๆ”
“ตาเฒ่า เจ้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้นำตระกูลมู่เช่นนี้ มันไม่โหดร้ายต่อตัวเองไปหน่อยเหรอ!”
“เจ็บปวดใจนัก! ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว กลับไปข้าจะฆ่าตัวตาย คอยดู!”
“……”