วิญญาณของผู้อาวุโสสูงสุดพลันกลายเป็นอักขระสาปและพุ่งเข้าสู่หัวใจของมู่เฟิงหลิง
ผู้อาวุโสสูงสุดใช้คำสาปทำร้ายผู้อื่นมาตลอดทั้งชีวิต จนตายก็คงคิดไม่ถึงว่าวิญญาณของตัวเองจะกลายมาเป็นอักขระสาป และถูกทำลายไปสิ้นซากเช่นนี้
มู่เฉียนซีทำตามคำแนะนำของคัมภีร์หมื่นคำสาป นางเริ่มแก้คำสาปให้มู่เฟิงหลิง
วิธีนี้ช่างประหลาดเกินไปแล้ว นางไม่กล้าประหม่าแม้แต่วินาทีเดียว
วิชาแก้คำสาปนี้ มู่เฉียนซีใช้เวลาไปถึงครึ่งวัน
เมื่อมั่นใจแล้วว่าแก้คำสาปสำเร็จแล้ว ร่างของมู่เฉียนซีก็อ่อนเพลียลงจนทรงตัวไม่อยู่
จิ่วเยี่ยเข้าไปประคองมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมกอด ดวงตาคู่นั้นมองนางอย่างลึกซึ้ง แววตาเต็มไปด้วยความรักและทะนุถนอม
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “จิ่วเยี่ย ช่วยดูอารองให้ข้าหน่อยว่าคำสาปถูกแก้ไปหมดแล้วหรือไม่”
จะให้เกิดอุบัติเหตุกับร่างของอารองไม่ได้เด็ดขาด!
นิ้วมืออันเรียวยาวของจิ่วเยี่ยสัมผัสร่างของมู่เฟิงหลิง ร่างกายของเขาไม่มีร่องรอยของคำสาปใดหลงเหลืออยู่แล้ว
“เจ้าพักผ่อนก่อน! เขาไม่เป็นอะไรแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนี้มู่เฉียนซีก็ปล่อยตัวเองให้หลับไปบนร่างของจิ่วเยี่ยทันที
คำสาปถูกแก้แล้ว ก็เหลือเพียงแค่ยานิพพานเท่านั้น
ทว่า ตอนนี้แม้แต่เรี่ยวแรงจะเดินก็ไม่มีแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องหลอมยาเลย
นางจำเป็นต้องฟื้นฟูร่างกายกลับมาให้ดีที่สุด เช่นนี้ถึงจะสามารถหลอมยานิพพานออกมาอย่างสมบูรณ์ได้
จิ่วเยี่ยอุ้มมู่