ุดชิงอิ่งก็ต้านทานการโจมตีของจินหลานได้ แม้จะไม่ถูกบดขยี้ แต่ก็ยากที่จะสลัดตัวออกมาได้
ในใจของชิงอิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างยิ่ง จินหลานนั้นดูเหมือนหุ่นเชิดมากกว่าเขามาก ส่วนเขาเปรียบดั่งเครื่องมือในการต่อสู้แต่กลับสู้รบได้ไม่สมบูรณ์แบบ
ปัง ปัง ปัง!
มู่หลินหลางกล่าว “มู่เฉียนซี ยังมีของสิ่งใดที่รักษาชีวิตเจ้าได้อีกก็รีบเอาออกมาใช้ซะเถอะ! มู่เฟิงอวิ๋นก็ไม่ได้ตกอยู่ในสภาพที่อับจน เขาเหลือสิ่งของให้เจ้าเพียงเท่านี้หรอกเหรอ”
มู่เฉียนซีกล่าวเย้ยหยันว่า “เจ้าให้โอกาสข้าเช่นนี้ ไม่กลัวว่าจะเสียใจไปตลอดชีวิตบ้างเหรอ?”
“เจ้าไม่มีคนนอกช่วย วันนี้ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยเจ้าไม่ได้ทั้งนั้น”
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง! ทางด้านนั้น หอหมอปีศาจกับตำหนักเป่ยหานเริ่มรับมือไม่ไหวแล้ว
ไป๋อีคนเดียวสามารถรับมือได้ในคราวเดียวถึงสิบคน แต่หากร้อยคน หลายร้อยคนแล้วละก็ เขารับมือไม่ไหวแน่นอน
ในตอนนี้ไป๋อู๋ห่ายฉวยโอกาสลอบโจมตีกู้ไป๋อี ชั่วพริบตาเดียวบนร่างของกู้ไป๋อีก็เกิดรอยเลือดขึ้นหลายแผล
“กู้ไป๋อี วันนี้ข้าจะเอาชนะเจ้า ให้เจ้าพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของข้าให้ได้!”
สถานะของทั้งสองเป็นหัวหน้าตำหนักเหมือนกัน แต่พลังความแข็งแกร่งของไป๋อู๋ห่ายนั้นด้อยกว่ากู้ไป๋อีมาโดยตลอด เป็นความอัดอึดใจเป็นอย่างยิ่ง ในที่สุดตอนนี้ก็ถึงเวลาเอาชนะได้สักที
มู่หลินหลางกล่าว “จู่ ๆ ข้าก็นึกขึ้นได้ เจ้ามีประโยชน์ต่อข้ามากกว่าการฆ่าให้เจ้าตาย