ได้ แต่ระหว่างนางกับจิ่วเยี่ยนั้นมีผู้พิทักษ์นิรันดร์เป็นคนฉุดลากอยู่
มู่เฉียนซีไม่มีทางเชื่อว่ามิติกักขังนี้จะขวางผู้พิทักษ์นิรันดร์ได้
“สุ่ยจิงอิ๋ง!”
คำแนะนำของผู้อาวุโสสูงสุดคือตัดแขน ตัดขาให้มู่เฉียนซีกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ แต่สิ่งที่มู่หลินหลางอยากทำลายมากที่สุดนั่นก็คือใบหน้าของมู่เฉียนซี
บุตรสาวของนักโทษคนเดียว มีสิทธิ์อันใดมามีรูปร่างหน้าหน้าตาเหมือนกับนางเช่นนี้
ทำลาย ต้องทำลาย!
ลมพายุบริเวณรอบพลันแหลมคมขึ้นมาก และพัดกระโชกไปที่มู่เฉียนซี
และในขณะที่การโจมตีนี้ทะลวงเกราะป้องกันของมู่เฉียนซีและกำลังจะทำลายมู่เฉียนซีนั้น จู่ ๆ แสงสีฟ้าอ่อนก็ได้ขวางการโจมตีทั้งหมดไว้
มู่เฉียนซีตกอยู่ในอ้อมกอดอันคุ้นเคยและทำให้รู้สึกสบายใจของคนผู้หนึ่ง นางยิ้มพลางกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย เจ้ามาแล้ว!”
น้ำเสียงของมู่เฉียนซีอ่อนแรงลงเล็กน้อย สิ่งนี้ทำให้กลิ่นอายของจิ่วเยี่ยพลันอันตรายขึ้นถึงขีดสุด จิตสังหารอันเย็นยะเยือกครอบคลุมไปทั่วทั้งมิติกักขังนี้
ลำแสงสีฟ้าอ่อนอันตรธานหายไป ในที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นร่างของจิ่วเยี่ยแล้ว
ร่างสูงเพรียวถูกห่อหุ้มไปด้วยชุดคลุมยาวสีดำ ลึกลับ แข็งแกร่งดุจดั่งเทพมารอย่างที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้!
“องค์ชายจิ่วเยี่ย!” ผู้อาวุโสสูงสุดตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนกตกใจ เขาคืบคลานพยายามจะอยู่ให้ห่างจากจิ่วเยี่ยให้ได้มากที่สุด
“เป็นเช่นนี้ไปได้ยังไง? เห็น ๆ กันอยู่ว่า…”
แม้แต่มู่หลินหล