ยิ่งนัก!”
“มีประสบการณ์การต่อสู้ที่แข็งแกร่งมาก ผิดกับธิดาศักดิ์สิทธิ์ไป๋ผู้นั้น! แม้ว่าระดับพลังวิญญาณจะสูง แต่ประสบการณ์ในการต่อสู้ก็ยังอ่อนด้อยมาก ถูกประมุขน้อยเฉียนซีควบคุมเข้าแล้ว”
“……”
ตั้งแต่ได้เห็นการต่อสู้ระหว่างกู้ไป๋อีกับเฟิงอวิ๋นซิวแล้ว พวกเขาก็รู้สึกว่าผลลัพธ์ไม่อาจคาดเดาได้จนกว่าการประลองจะสิ้นสุด
แม้ว่าพลังวิญญาณของมู่เฉียนซีกับไป๋เหยียนเอ๋อร์จะห่างชั้นกันถึงหนึ่งขั้นใหญ่ ๆ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าด่วนสรุปว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายชนะ
มู่เฉียนซีรู้ว่าพื้นฐานการฝึกฝนของไป๋เหยียนเอ๋อร์นั้นเต็มไปด้วยรูพรุนมากมายราวกับรังผึ้ง ไป๋เหยียนเอ๋อร์ก็ไม่ต่างอะไรกับเสือกระดาษแผ่นหนึ่ง ดูภายนอกน่าเกรงขาม แต่ภายในไร้ซึ่งอำนาจ
สีหน้าของไป๋เหยียนเอ๋อร์เคร่งขรึมขึ้น พลังแห่งนรกนับไม่ถ้วนพลันเปลี่ยนเป็นผ้าไหมสีดำ ทันทีที่ไป๋เหยียนเอ๋อร์ง้างมือขึ้น ผ้าไหมนั้นก็ได้ก่อตัวเป็นฝ่ามือหนึ่งที่มีความกว้างถึงสิบจั้ง
เงามืดอันน่ากลัวพุ่งไปปกคลุมมู่เฉียนซี ไป๋เหยียนเอ๋อร์ยิ้มพลางกล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้าจะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้อย่างไรกันเล่า”
“ฝ่ามือทมิฬ!”
ใช้พลังของหมิงจีแล้ว ใช้อุบายของหมิงจีแล้ว มู่เฉียนซีไม่มีทางประเมินศัตรูต่ำแน่นอน
พลังจิตของมู่เฉียนซีแผ่ซ่านออกมา เผชิญหน้ากับฝ่ามือทมิฬนั้น นางไม่หลบหลีกแต่อย่างใด อีกทั้งยังออกไปรับมืออีกด้วย
“มังกรเพลิง!”
มู่เฉียนซีเหวี่ยงกระบี่มังกรเพลิงไปที่มุมมุมหนึ่