ง กระบี่ยาวกวัดแกว่งฟันไปที่ฝ่ามือนั้น!
เปลวไฟอันแดงฉานปรากฏอยู่บนท้องฟ้างดงามราวกับดอกไม้ไฟ ในขณะเดียวกันนั้นเองไป๋เหยียนเอ๋อร์ก็ตกใจจนนิ่งอึ้งไปแล้ว
“เป็นไปได้ยังไง?”
“มังกรน้ำแข็ง ทำลาย!”
ในขณะที่ไป๋เหยียนเอ๋อร์กำลังตกตะลึงอยู่นั้น บรรยากาศโดยรอบก็เย็นยะเยือกขึ้น มังกรน้ำแข็งพุ่งออกไปทำให้นางร่นตัวถอยหลังไปจนติดขอบแท่นประลอง
มู่เฉียนซีกำกระบี่มังกรเพลิงแน่น และกล่าวว่า “ไป๋เหยียนเอ๋อร์ ไม่ว่าจะแข็งแกร่งมากเพียงใด พลังวิญญาณจะสูงมากเพียงใด แต่มันก็ไม่ใช่พลังของเจ้าอยู่ดี จุดอ่อนเจ้าโผล่ออกมามากมาย! เจ้าไม่คู่ควรที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าเลยแม้แต่น้อย!”
“ให้หมิงจีโผล่หัวออกมาได้แล้ว! ข้าจะคิดบัญชีกับนาง”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กัดฟันกรอดด้วยความโกรธ “มู่เฉียนซี นี่เจ้าว่าข้าไม่คู่ควรที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเจ้าอย่างนั้นเหรอ! ข้าเป็นถึงธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักตงจี๋ อายุยี่สิบปีก็ฝึกฝนพลังวิญญาณถึงขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าได้แล้ว จะไม่คู่ควรเป็นคู่ต่อสู้ของเจ้าได้อย่างไร”
การประลองในสนามนี้ ทุกคนก็ได้เห็นเป็นประจักษ์กันอยู่แล้ว
ฝึกฝนพลังวิญญาณได้ถึงขั้นนี้ได้ในขณะที่อายุยังน้อย พวกเขาย่อมชื่นชมอยู่แล้ว แต่ฝึกฝนด้วยทางที่ผิด พื้นฐานไม่มั่นคงเช่นนี้ ไม่มีอะไรให้น่าชื่นชมเลยสักนิด อีกทั้งยังถูกดูถูกเหยียดหยามอีกด้วย!
“ข้าไม่มีทางแพ้เจ้า ข้ามีกำลังพอที่จะเอาชนะคนอย่างเจ้าได้”
สีหน้าของไป๋เห