ยียนเอ๋อร์โหดเหี้ยมขึ้น หมอกควันสีดำย้อมร่างของนางไปทั้งร่าง และโจมตีมู่เฉียนซีไม่ยั้ง
“พิรุณทมิฬสังหาร!”
การโจมตีนี้รุนแรงมาก แต่ด้วยพลังจิตอันแข็งแกร่งของมู่เฉียนซีแล้วสามารถมองช่องโหว่มากมายนี้ออกได้
มู่เฉียนซีเคลื่อนไหวหลบหลีกได้อย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด คมศรสีดำเหล่านั้นพุ่งผ่านร่างของนางไป แต่กลับทำร้ายนางไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“ทักษะร่างรวดเร็วมาก!”
“ต่อให้ข้ามีพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้า เกรงว่าความเร็วก็คงจะสู้ประมุขน้อยเฉียนซีไม่ได้แน่!”
“ประมุขน้อยเฉียนซีต่างหากล่ะที่เป็นอัจฉริยะที่แท้จริง!”
กระบี่มังกรเพลิงระเบิดเปลวไฟอันเร่าร้อนแผดเผาออกมาอีกครั้ง บัวอัคคีสีแดงฉานบานสะพรั่งขึ้นกลางอากาศ บัวอัคคีดอกนี้ ยิ่งบานสะพรั่งมากเท่าไรก็ยิ่งใหญ่ขึ้นมากเท่านั้น
ใหญ่มากจนสามารถครอบคลุมสองส่วนสามของแท่นประลองได้เลย!
ไป๋เหยียนเอ๋อร์เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้น นางจึงโจมตีมู่เฉียนซีอย่างบ้าคลั่ง
“มู่เฉียนซี เจ้าไปตายซะเถอะ! ตายไปซะ!”
การโจมตีอย่างส่ง ๆ เช่นนี้ไม่สามารถทำอะไรมู่เฉียนซีได้เลย
มู่เหล่าที่ถูกจื่อโยวตบลงทะเลไปในเมื่อครู่ ตอนนี้ได้เปลี่ยนอาภรณ์และรีบมาที่นี่แล้ว เมื่อเขาเห็นการต่อสู้ของไป๋เหยียนเอ๋อร์ก็ถลึงตาจ้องมองไป๋อู๋ห่ายและกล่าวว่า “ไป๋อู๋ห่าย บุตรสาวของเจ้าช่างโง่เขลายิ่งนัก!”
“นี่เจ้าสั่งสอนบุตรสาวให้ฝึกฝนอย่างไรกัน เป็นเช่นนี้ยังคิดว่าจะเอาชนะได้เหรอ เจ้าฝันไป