หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินกล่าว “สนามที่สอง พร้อมหรือไม่?”
การประลองในสนามแรกเสมอทำให้ฝ่ายตำหนักตงจี๋กลัดกลุ้มใจมาก ไป๋อู่ห่ายกล่าว “เฟิงอวิ๋นซิว เจ้าแน่ใจแล้วเหรอว่าจะลงประลองสนามนี้?”
เฟิงอวิ๋นซิว “หากข้าไม่ลง หัวหน้าตำหนักตงจี๋ท่านจะลงอย่างนั้นเหรอ?”
ไป๋อู๋ห่ายมองไปที่ร่างในชุดขาวที่เย็นยะเยือกนั้น สุดท้ายเขาก็ไม่กล้ากล่าวอันใดออกมา เพราะเขายังไม่อยากตาย!
จื่อโยวกล่าว “คนงาม หรือจะให้ข้าลง! ข้าสืบมาแล้วว่านายน้อยอวิ๋นซิวผู้นั้นรับมือไม่ง่ายเลย”
“ไม่ต้อง!” กู้ไป๋อีออกคำขาด
แสงสลัววาบผ่านดวงตาของจื่อโยว อันที่จริงแล้วพลังของจื่อโยวที่ถูกยับยั้งในดินแดนแห่งนี้ เมื่อเทียบกับกู้ไป๋อีแล้วก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก
มู่เฉียนซีกล่าว “งั้นเสี่ยวไป๋ เจ้าระวังตัวด้วย!”
“อืม!”
ร่างทั้งสองพุ่งไปบนลานประลองพร้อม ๆ กัน
กระบี่ยาวสีฟ้าอันเย็นยะเยือกเล่มหนึ่งถูกกู้ไป๋อีชักออกมา
กลิ่นอายอันเย็นยะเยือกของกระบี่เล่มนั้นเย็นยะเยือกไม่ต่างอะไรกับเจ้านายของมันเลย
ส่วนอาวุธของเฟิงอวิ๋นซิวก็คือกระบี่เช่นเดียวกัน กระบี่สีดำแดงเข้มเล่มหนึ่งถูกชักออกมาจากฝัก
พลังวิญญาณของทั้งสองระเบิดออกมาโดยสมบูรณ์ พลังวิญญาณของกู้ไป๋อีคือขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าที่อยู่ในจุดสูงสุดแล้ว เรื่องนี้ทุกคนล้วนรู้ดีอยู่แล้ว
ทว่า…
“พระเจ้า! นึกไม่ถึงเลยว่าพลังของนายน้อยอวิ๋นจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้ว”
“มหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าขั้