นสูงสุด นายน้อยอวิ๋นซิวต้องเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดที่มีอายุน้อยที่สุดในดินแดนสี่ทิศเป็นแน่!”
“……”
มู่เฉียนซีเองก็ตกตะลึงกับเรื่องนี้เช่นกัน พลังของเฟิงอวิ๋นซิวในตอนนี้ไม่ได้ใช้วิชาลับเพิ่มพลังแต่อย่างใด แต่เขาพลังของเขาเป็นพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าขั้นสูงสุดอย่างแท้จริง
เฟิงอวิ๋นซิวมีพลังขั้นนี้ แต่สีหน้าของกู้ไป๋อียังเรียบนิ่งไม่เปลี่ยน แปลง และทันใดนั้นกู้ไป๋อีก็โจมตีไปที่เฟิงอวิ๋นซิวด้วยปราณกระบี่อันรุนแรง
ปัง! พลังของทั้งสองปะทะกันแล้ว
การต่อสู้ด้วยกระบี่ ถึงแม้ว่าพลังของเฟิงอวิ๋นซิวจะอยู่ในระดับสูงสุดแล้ว แต่ก็ไม่อาจสู้กู้ไป๋อีได้
ภายในสิบกระบวนท่า ร่างของเฟิงอวิ๋นซิวก็ปรากฏรอยเลือดขึ้นแล้ว
“แม้ว่าพลังวิญญาณของนายน้อยอวิ๋นซิวจะเทียบเท่ากับหัวหน้าตำหนักเป่ยหาน แต่หัวหน้าตำหนักเป่ยหานก็เป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดมาเป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว ส่วนนายน้อยอวิ๋นซิวเพิ่งจะเลื่อนขั้นได้ไม่นาน เกรงว่าเขาจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหัวหน้าตำหนักเป่ยหานหรอก”
“ดูท่าการประลองสนามนี้ หัวหน้าตำหนักเป่ยหานต้องชนะเป็นแน่”
ไป๋อู๋ห่ายเองก็รู้สึกได้ว่าเฟิงอวิ๋นซิวเอาชนะไม่ได้แน่ เขาจึงกล่าวด้วยสีหน้าดุดันว่า “บัดซบ! เฟิงอวิ๋นซิวจะแพ้แล้ว”
หากแพ้สนามนี้ และเอาชนะได้ในสนามสุดท้ายมันก็ไม่มีความหมายใด
มู่เหล่าที่ฟื้นขึ้นมาแล้วจึงกล่าวว่า “หากความสามารถของเฟิงอวิ๋นซิวมีเพียงเท่านี้ ก็รอถูกกล่าวโทษด้วยความตาย