เขาเป็นเงา เงาเหล่านี้จึงเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของผู้เป็นนาย ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะแข็งแกร่งมากเพียงใดก็ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของเงานี้ และพวกเขาก็สามารถปกป้องผู้เป็นนายได้ในขณะที่ศัตรูโจมตีมา!”
“และพวกเขาก็ยังเป็นราชาแห่งการลอบสังหารอีกด้วย! พวกเขาสามารถทำการลอบสังหารได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด และทำให้คู่ต่อสู้ตายไปอย่างเงียบ ๆ”
“ตระกูลเฟิง เป็นเงาของตระกูลมู่จากรุ่นสู่รุ่นสืบต่อกันมา และจงรักภักดีต่อตระกูลมู่มาโดยตลอด”
“เพียงแต่ว่า…” จู่ ๆ จื่อโยวก็เงียบเสียงลง
มู่เฉียนซีสวนขึ้นทันควัน “เล่าต่อให้จบ!”
“ตระกูลเฟิงถูกทำลายล้างตระกูลไปเป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว! นึกไม่ถึงเลยว่ายังคงหลงเหลืออยู่อีกคน แถมยังฝึกฝนวิชาเงาได้เก่งกาจถึงเพียงนี้อีก ช่างเป็นเรื่องที่คิดไม่ถึงจริง ๆ!” แววตาของจื่อโยวเคร่งขรึมขึ้น
มู่เฉียนซีเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าเฟิงอวิ๋นซิวจะมีเรื่องราวชีวิตเช่นนี้ นอกจากความรู้สึกแล้ว ยังมีความจงรักภักดีจากรุ่นสู่รุ่นที่สืบต่อกันมาอีก ทำให้เขาจำเป็นต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จอย่างนั้นเหรอ?
จื่อโยวกล่าว “คนงาม เป็นห่วงหัวหน้าตำหนักเสี่ยวไป๋ใช่หรือไม่!”
มู่เฉียนซีกล่าว “เงาตระกูลเฟิงแข็งแกร่งมาก แต่เสี่ยวไป๋เองก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ เขาไม่มีทางแพ้ง่าย ๆ แน่นอน”
และการต่อสู้อันดุเดือดนี้ก็เริ่มมาถึงทางตันขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว!
ในขณะที่กู้ไป๋อีต่อสู้กับเฟิงอวิ๋นซิวนั้น เขาก็ยังต้องรับ