นอื่นบาดเจ็บได้
หลาย ๆ คนอุทานออกมาว่า “นี่เป็นอาวุธวิญญาณขั้นสวรรค์ชิ้นหนึ่งของแคว้นเทพฟ้านอิน แท่นประลองใหญ่!”
“นึกไม่ถึงเลยว่าแคว้นเทพฟ้านอินจะเอาของล้ำค่าเช่นนี้ออกมาใช้เพื่อความสงบสุขของชาวประชาในดินแดนสี่ทิศ”
“……”
หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินกล่าว “แท่นประลองเปิดแล้ว เชิญผู้ประลองในสนามแรกทั้งสองเข้าสู่แท่นประลองได้!”
ฝ่ายตำหนักเป่ยหาน ร่างของฉู่เหล่าสวมชุดคลุมยาวสีดำเคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
กลางนภา เขาแผ่ซ่านพลังอันน่าเกรงขามออกมา ภายในชั่วพริบตาเดียวร่างของเขาก็ไปถึงลานประลองสีทองนั้นแล้ว
“ท่านผู้นี้ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!”
“นึกไม่ถึงเลยว่าตำหนักเป่ยหานนอกจากจะมีผู้อาวุโสสูงสุดคนเก่าที่ไม่ค่อยเปิดเผยตัวเหล่านั้นแล้ว ยังมีผู้ที่แข็งแกร่งระดับนี้อยู่อีก!”
เหล่าฉู่แสดงพลังออกมาให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้ว มู่เหล่าย่อมไม่ยอมอยู่เฉยแน่นอน เขาเคลื่อนไหวพาร่างของตนเองไปที่ลานประลองอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าเช่นกัน
เมื่อทั้งสองประจำที่แล้ว หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินจึงประกาศว่า “เริ่มการประลองได้!”
ฉู่เหล่ากับมู่เหล่าจ้องมองหน้ากันบนลานประลองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นมู่เหล่าก็กล่าวว่า “ฉู่เฟิง อยู่ในแดนซวนเทียนข้าไม่มีโอกาสได้ประลองฝีมือกับเจ้า ตอนนี้ถึงเวลาประลองฝีมือกับเจ้าแล้ว เรามาดูกันว่าระหว่างเจ้ากับข้า ผู้ใดจะแข็งแกร่งกว่ากัน”
“ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าสุนัขรับใช้ขององค์หญิงหล