็พัดกระโชกไปที่มู่เหล่า
“เจ้าว่าใครไม่คู่ควร?”
สีหน้าของมู่เหล่าเคร่งขรึมลง แม้ว่าจะสกัดกั้นกลิ่นอายกระบี่ของกู้ไป๋อีได้ก็ตาม
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ร่นถอยหลังมาแม้แต่เพียงก้าวเดียว แต่เขาก็รับรู้ได้ชัดเจนว่าคนผู้นี้รับมือได้ยากมาก!
“นายน้อยเฟิง หัวหน้าตำหนักเป่ยหานผู้นี้เขา…”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เจ้าอยากเปลี่ยนคน เปลี่ยนเป็นเจ้า เจ้ามีความมั่นใจเพียงใดว่าจะเอาชนะได้?”
มู่เหล่าผงะไป หากรับมือกับฉู่เหล่า เขายังพอมีความมั่นใจถึงห้าในสิบ แต่รับมือกับหัวหน้าตำหนักเป่ยหาน คาดว่าความมั่นใจของเขาเหลือเพียงแค่สามหรือสี่ในสิบเท่านั้น
มู่เหล่ากล่าว “เช่นนั้นต้องมอบให้นายน้อยเฟิงแล้ว”
ตระกูลเฟิง ผู้ใดก็ไม่อาจดูถูกได้ แม้ว่าเขาจะถูกสั่งให้ลงมาในแดนระดับต่ำนี้เพื่อตามหากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ จนความสามารถก้าวหน้าได้ช้าก็ตาม
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “กู้ไป๋อี ครั้งนี้พวกเรามาเพราะมีการนัดหมายกัน แต่เจ้าชิงลงมือก่อนเช่นนี้ ไม่เป็นการไม่เคารพกฎเกินไปหน่อยเหรอ?”
มู่เฉียนซี “พวกเจ้าหาเรื่องใส่ตัวก่อนเอง จะมาโทษพวกข้าได้ยังไงกันล่ะ ? ของอยู่ในกำมือข้า ผู้ใดคู่ควรหรือไม่ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะตัดสินได้”
มู่เฉียนซีกวาดสายตามองคนของตำหนักตงจี๋แต่ละคน เพื่อตรวจสอบดูว่าผู้อาวุโสสูงสุดอยู่ที่ใด
ตาเฒ่านี่แอบซ่อนตัวได้ดีมาก หาไม่เจอเลย
แต่นางมั่นใจว่าตาเฒ่านั่นต้องอยู่ที่นี่แน่นอน
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าวด้วยความไม่พอใจว่า “