งตามนี้ คู่ต่อสู้ของเฟิงอวิ๋นซิวก็คือกู้ไป๋อี!”
ทางด้านตำหนักเป่ยหาน เมื่อมู่เฉียนซีรู้ข่าวนี้ก็ตกใจมาก
อวิ๋นซิว นึกไม่ถึงเลยว่าจะเลือกต่อสู้กับเสี่ยวไป๋!
กู้ไป๋อีกล่าวเสียงต่ำ “ซีเอ๋อร์ วางใจเถอะ!”
เขากล่าวถามว่า “คู่ต่อสู้ของเฟิงอวิ๋นซิวคือข้า แล้วคู่ต่อสู้ของซีเอ๋อร์คือใคร หากเป็นไป๋อู๋ห่ายแล้วละก็ ข้าขอปฏิเสธ!”
“แล้วข้าล่ะ?” ไป๋เหยียนเอ๋อร์เดินเข้ามาพลางเอ่ยถาม
“มู่เฉียนซีมาเป็นคู่ต่อสู้ของข้า เจ้ากล้าหรือไม่?”
กู้ไป๋อีขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาใช่ว่าจะไม่รู้ว่าในร่างของบุตรสาวไป๋อู๋ห่ายผู้นี้นั้นมีวิญญาณของหมิงจีอาศัยอยู่
มู่เฉียนซีกล่าว “ในเมื่อเจ้าอยากตาย มีเหตุผลใดที่ข้าจะไม่กล้ากันล่ะ”
หัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินกล่าว “เลือกคู่ต่อสู้ได้แล้วสามคู่ มีใครมีความคิดเห็นอื่นอีกหรือไม่?”
“ไม่มีแล้ว!”
“เช่นนั้นก็เชิญทุกคนบอกเงื่อนไขมาได้เลย…!”
หากตำหนักตงจี๋เป็นฝ่ายชนะ พวกเขาจะยึดเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไป พร้อมกับต้องการให้มู่เฉียนซีและกู้ไป๋อีตาย รวมถึงจะเอาหอหมอปีศาจไปครอบครองด้วย
หากตำหนักเป่ยหานชนะ พวกเขาก็จะเอาตัวผู้อาวุโสสูงสุด เอาตำหนักตงจี๋มาครอบครอง รวมถึงเอาชีวิตของไป๋อู๋ห่ายกับไป๋เหยียนเอ๋อร์ที่มีวิญญาณของหมิงจีอยู่ในร่างรวมอยู่ด้วย
ม้วนกระดาษสีทองสองม้วนปรากฏขึ้น และพู่กันก็ลอยอยู่กลางอากาศ
“ทั้งสองฝ่ายลงนาม ข้าหัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินเป็นผู้รับรอง! การต่อสู้ในครั้งนี้ ข้