หน้าตัวเองแต่อย่างใด หากต้องเผชิญหน้ากับกู้ไป๋อี เขาต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน!
เฟิงอวิ๋นซิวไม่ตอบตกลงเพราะว่าเขาไม่อยากต่อสู้กับมู่เฉียนซี ไม่อยากทำเช่นนั้นแม้แต่น้อย
เห็นท่าทางเช่นนั้นของเฟิงอวิ๋นซิว คนของมู่หลินหลางเหล่านั้นจึงกล่าวขึ้นว่า “นายน้อยเฟิง เจ้ากลัวเหรอ? ก็แค่ประมุขน้อยแห่งกองกำลังระดับสามคนเดียว นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะสู้ไม่ได้”
“ได้ยินมาว่านางก็เป็นแค่สาวน้อยวัยสิบเจ็ดปีคนหนึ่งก็เท่านั้น หากสู้ไม่ได้ เจ้าจะเอาหน้าที่ไหนไปพบองค์หญิงล่ะ”
“……”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยเมยว่า “คนที่ข้าจะสู้ด้วยไม่ใช่มู่เฉียนซี แต่เป็นหัวหน้าตำหนักเป่ยหาน กู้ไป๋อี!”
ไป๋อู๋ห่ายตกตะลึงขึ้น “นี่เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ!”
“ในเมื่อเจ้าไม่กล้าสู้กับกู้ไป๋อี ข้าก็จะสู้กับเขาเอง!”
“นี่เจ้าคิดจะยอมแพ้ให้มู่เฉียนซี ไม่อยากเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาใช่หรือไม่!” ไป๋อู๋ห่ายกล่าว
เฟิงอวิ๋นซิว “ข้าไม่ได้ยอมแพ้ ข้าจะสู้อย่างสุดชีวิตเพื่อเอาชนะกู้ไป๋อีให้ได้ ชนะรอบนี้ได้ก็จะได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาครอง!”
“นี่เป็นการตัดสินใจของข้า ข้าแค่บอกให้เจ้ารับรู้ ไม่ได้ขอให้เจ้าออกความเห็น”
สีหน้าของคนเหล่านั้นเคร่งขรึมลง แม้ว่าพวกเขาจะใช้โอกาสนี้ดูถูกเหยียดหยามเฟิงอวิ๋นซิว แต่อย่างไรเฟิงอวิ๋นซิวก็เป็นคนตระกูลเฟิง ไม่อาจดูถูกได้
ในเมื่อเขาตัดสินใจแล้ว ก็มอบให้เป็นหน้าที่ของเขาก็แล้วกัน
“เช่นนั้นก็ตกล