ในตอนนี้เองมังกรเพลิงออกมาและกล่าวว่า “พิฆาตวิญญาณหนีไปก็ดีเหมือนกัน หากให้เขาใช้กระบวนท่านั้นจริง ๆ แล้วละก็ ท่านพี่อาถิง เกรงว่าท่านกับพิฆาตวิญญาณต้องเจ็บตัวกันทั้งสองฝ่ายเป็นแน่!”
ผลั๊วะ! อาถิงต่อยมังกรเพลิงไปหนึ่งหมัด
“นี่เจ้าสร้างปณิธานให้เจ้าพิฆาตวิญญาณนั่น ทำลายศักดิ์ศรีข้าเหรอ มังกรเพลิงน้อย ข้าเห็นเจ้าแล้วข้าอยากจะต่อยเจ้าจริง ๆ!”
พิฆาตวิญญาณหนีไปแล้ว อาถิงโกรธมากจึงเอาความโกรธมาลงกับมังกรเพลิง!
มังกรเพลิงกล่าวด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่า “นายท่านช่วยข้าด้วย ท่านพี่อาถิงทุบตีข้า!”
“ทุบตีเจ้าแล้วยังไง พอคิดว่าหน้าตาเจ้าเหมือนกับเจ้าพิฆาตวิญญาณนั่นข้าก็คันมือขึ้นมาทันทีเลย”
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
“ฮือ ๆ ๆ! นายท่าน…”
เมื่อสงครามหยุดลง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวนั้นก็จางหายไป และแน่นอนว่ามีคนที่อยากรู้อยากเห็นต่างพากันมาที่นี่เพื่อดูว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
มู่เฉียนซีรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายนับไม่ถ้วนที่กำลังแห่กันเข้ามา นางกล่าว “พวกเรารีบไปกันเถอะ!”
“อืม!”
มู่เฉียนซีและพวกเพิ่งจะไป กู้ไป๋อีก็มาถึงทันที เขาจึงไม่ได้เจอกับมู่เฉียนซี
นอกจากพลังธาตุอัคคีอันดุเดือดนั้นแล้วยังมีพลังอีกพลังหนึ่งที่แข็งแกร่งพอ ๆ กัน เขาภาวนาในใจว่าซีเอ๋อร์จะต้องไม่เป็นอะไร
คนไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว กู้ไป๋อีจึงตามหาต่อไป!
“ฮ่า ๆ ๆ! กู้ไป๋อีไม่ได้อยู่ที่ตำหนักเป่ยหาน สวรรค์ช่วยข้าจริง ๆ”
ไส้ศึกที่อยู่ในตำหนักเป่ย