สียงหนึ่งดังขึ้น “มันง่ายแน่นอนอยู่แล้ว เพราะไม่มีใครจะเข้าใจค่ายกลนี้มากไปกว่าข้าแล้ว ผู้อาวุโสรองว่าจริงหรือไม่!?”
ผู้อาวุโสรองมองไปที่ชายวัยกลางผู้นั้น ใบหน้านี้ไม่คุ้นเคยเอาซะเลย ทว่า น้ำเสียงนี้ และ…
“เจ้า…เจ้าคือผู้อาวุโสสูงสุด…”
“ท่านหัวหน้าตำหนักบอกว่าท่านทรยศหักหลัง แต่ข้าก็ยังไม่ปักใจเชื่อ นึกไม่ถึงว่าท่านไม่เพียงแต่จะทรยศหักหลังเท่านั้น แถมยังไปเข้าร่วมกับตำหนักตงจี๋อีก!”
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “เจ้ารอง ข้าจะให้โอกาสเจ้า! รีบยอมจำนนซะ ถึงเวลาก็ฆ่ามู่เฉียนซีซะ เจ้าจะได้ประโยชน์ไม่น้อย! มิเช่นนั้นแล้วละก็…”
ผู้อาวุโสรองกล่าว “ไม่มีทาง! ฝ่าบาทมีคำสั่ง พวกเราต้องเชื่อฟัง นี่ท่านจะหักหลังฝ่าบาทอย่างนั้นเหรอ?”
ผู้อาวุโสสูงสุดตกใจกับคำพูดนี้ “เป็นไปไม่ได้…ฝ่าบาทจะปกป้องสาวน้อยผู้นั้นได้ยังไง ข้าไม่เชื่อ!”
“พวกเราได้รับคำสั่งมาแล้วจริง ๆ ท่านอย่าได้หลงงมงายในความผิดจนโงหัวไม่ขึ้นอีกเลย”
สีหน้าของผู้อาวุโสสูงสุดเย็นยะเยือกขึ้น “ในเมื่อฝ่าบาทจะปกป้องสาวน้อยนั่น เช่นนั้นข้าก็ยิ่งต้องทำลายตำหนักเป่ยหานให้สิ้นซาก!”
“ลงมือ! มันผู้ใดกล้าต่อต้าน ฆ่าให้หมดอย่าให้เหลือ!”
ทันทีที่ผู้อาวุโสสูงสุดออกคำสั่ง ยอดฝีมือของตำหนักตงจี๋เหล่านั้นก็เริ่มลงมือฆ่าทันที
ตูม ปัง ปัง! ในตำหนักเป่ยหานก็เกิดการต่อสู้อันดุเดือดขึ้น
“สู้ให้ถึงที่สุด! สู้กับพวกมันให้ถึงที่สุด!”
“……”
ผู้อาวุโสสูงสุดเข้าใจตำหนักเป่