อีกอย่างเสี่ยวหงก็อยู่ที่นั่น เจ้านั่นก็ไม่รู้จักกลัวความตายบ้างเลย ไม่นึกเลยว่าจะไปต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับสิงโตทองลวงตานั่น ข้าต้องรีบไปให้เร็วที่สุด”
ครั้นแล้ว ทั้งสองจึงไปด้วยกัน!
ใต้ดินมีพลังอันแข็งแกร่งปะทุออกมา ส่วนอุณหภูมิบนพื้นดินก็ร้อนระอุราวกับจะสามารถหลอมละลายทุกสิ่งทุกอย่างได้
พวกเขารีบโคจรพลังวิญญาณป้องกัน ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “ที่นี่เป็นค่ายกลปิดผนึก มีความเป็นไปได้มากว่ากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อยู่ที่นี่”
สุดท้ายพวกเขาเดินหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็หากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไม่เจอ เห็นเพียงแค่บางอย่างที่เหมือนกิ่งไม้สีดำสนิทตั้งอยู่ตรงนั้น
พวกเขากล่าวด้วยความงุนงงว่า “ไม่มีกลิ่นอายของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เลย หรือพวกเรามาผิดที่!”
และในตอนนี้เอง ร่างในชุดสีม่วงก็เคลื่อนไหวออกมา
มู่เฉียนซีกวาดสายตามองไปรอบ ๆ มังกรเพลิงกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้นว่า “นายท่าน เสี้ยวเสี้ยวอยู่ตรงนั้น รีบไปเอาเสี้ยวเสี้ยวมาเร็วเข้า คนพวกนี้โง่เขลา เสี้ยวเสี้ยวซ่อนกลิ่นอายของตัวเองเก่งมาก คนโง่เขลาพวกนี้ไม่มีทางรู้แน่นอน”
ที่มังกรเพลิงพูดถึงนั่นก็คือของสิ่งนั้นที่ดูเหมือนกิ่งไม้ธรรมดา ๆ นั่นเอง
สิ่งที่ไม่โดดเด่นและดูธรรมดา ๆ นี้ นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นฝักกระบี่ของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ คาดว่าใคร ๆ ก็คิดไม่ถึงเป็นแน่
ภายในชั่วพริบตาเดียวมู่เฉียนซีก็พรวดออกไป ไป๋อู๋ห่ายสังเกตเห็นมู่เฉียนซีจึงรีบ