ตามไปอย่างรวดเร็ว
“ขวางมู่เฉียนซีเอาไว้เร็วเข้า!” ไป๋อู๋ห่ายตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเกรี้ยวกราด
และในขณะที่เขาจะไล่ตามมู่เฉียนซีไปนั้น ลำแสงกระบี่อันเย็นยะเยือกก็ฟันลงมาตัดผ่านอากาศ
“ไป๋อู๋ห่าย เจ้ารนหาที่ตาย!”
คนผู้นี้สวมชุดสีขาว ดูเย็นชาราวกับไม่ใช่มนุษย์ กระบี่เล่มนั้นเผยลำแสงอันเย็นยะเยือกออกมา
ไป๋อู๋ห่ายกัดฟันกรอดพลางกล่าว “กู้ไป๋อี นี่เจ้ามาขวางทางข้าถึงที่นี่เลยเหรอ!”
ตูม!
ทั้งสองเริ่มต่อสู้ขึ้น คนของตำหนักเป่ยหานก็มากันแล้ว การจะขวางมู่เฉียนซีนั้นก็เป็นเรื่องยากแล้ว
ไป๋อู๋ห่ายจ้องไปที่เฟิงอวิ๋นซิวและกล่าวว่า “เฟิงอวิ๋นซิว เจ้าทำอะไรอยู่ ยังไม่รีบไปขวางสาวน้อยผู้นั้นอีก”
เฟิงอวิ๋นซิวสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าสิ่งที่มู่เฉียนซีต้องการนั่นก็คือฝักกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์แน่นอน
ร่างในชุดสีดำแดงพรวดออกไป แต่ร่างในชุดเหลืองอ่อนกลับมาขวางหน้าเขาไว้
เฟิงอวิ๋นซิวตกใจผงะไป “อินรั่วเฉิน!”
เฉินรั่วเฉินกล่าว “อมิตตพุทธ มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ผู้ที่ถูกชะตาลิขิตไว้เท่านั้นจึงจะครอบครองได้ ผู้อื่นไม่อาจร้องขอได้ ได้โปรดนายน้อยอวิ๋นซิวอย่าทำให้นางลำบากใจเลย และอย่าได้ทำให้ตัวเองลำบากใจเลย”
เฟิงอวิ๋นซิว “ถอยไป!”
“ข้าไม่ถอย!”
ตูม!
เฟิงอวิ๋นซิวลงมือกับอินรั่วเฉินแล้ว เขาไม่อยากลงมือกับมู่เฉียนซี แต่หากเป็นคนอื่น ข้าไม่มีทางอ่อนข้อให้เด็ดขาด
คนหนึ่งเป็นถึงนายน้อยแห่งตำ