ันจะได้ผลดีเช่นนี้
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าว่าข้าคงต้องปรุงยาล้างตาสักขวดแล้วล่ะ”
อู๋ตี้ก็กล่าวขึ้นมาด้วยเสียงที่ขุ่นเคืองว่า “เจ้าบ้านั่นบังอาจกล้าสร้างภาพลวงตามาทำให้นายท่านของข้าเคืองตาเช่นนี้ ข้าจะให้บทเรียนอันโหดร้ายกับมันเอง!”
มู่เฉียนซีมองอู๋ตี้อย่างพิจารณาและกล่าวว่า “อู๋ตี้ ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับหก แต่หากต่อสู้กับเจ้าสัตว์ร้ายนี่เกรงว่าเจ้ายังห่างชั้นอยู่มาก”
อู๋ตี้กล่าว “นายท่าน ข้าจะทำอย่างสุดความสามารถของข้า”
จัดการเจ้าตัวปัญหานี้ได้ มู่เฉียนซีก็มุ่งหน้าเดินทางต่อไปได้
ส่วนเสี่ยวหงกับอินรั่วเฉินนั้นนางหาไม่เจอ
อู๋ตี้กล่าว “นายท่าน ไม่ต้องห่วงเจ้าหมูขี้เกียจนั่นหรอก นอกจากความขี้เกียจของเจ้าหมอนั่นเองแล้ว ก็ไม่มีอะไรทำให้มันตายได้หรอก”
ตำหนักนี้วังเวงเกินไปแล้ว ไร้เงาผู้คนแม้แต่คนเดียว
สิงโตทองลวงตานี้หลอกลวงมาหลายครั้งแล้ว แต่หลังจากที่มู่เฉียนซีหาวิธีจัดการได้ ภาพลวงตาเหล่านั้นก็ทำอะไรนางไม่ได้แล้ว
ในตอนนี้เอง มู่เฉียนซีมองไปที่ร่างในชุดดำแดงร่างหนึ่งที่กำลังเคลื่อนไหวไปมา ดูเหมือนว่าเขากำลังไล่ตามสิ่งใดอยู่
“เฟิงอวิ๋นซิว!”
อู๋ตี้กล่าว “นายท่าน เกรงว่ามันจะเป็นภาพลวงตาอีก อย่าได้ติดกับดักเชียวนะขอรับ”
แต่นางรู้สึกว่าคนผู้นี้เป็นตัวจริง!
มู่เฉียนซีไล่ตามร่างนั้นที่เข้าไปในห้อง นางเดินเข้าไป ก่อนจะตะโกนเรียกเขาเสียงดัง “เฟิงอวิ๋นซิว!”
ปัง!
จู่ ๆ มู่เฉียนซี