รู้สึกมีบางอย่างผิดปกติ ล่าถอยก่อนจะดีกว่า
พลันนั้นร่างในชุดดำแดงร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น เฟิงอวิ๋นซิวกลับขวางทางนางเอาไว้และบีบบังคับให้นางจนมุม
มีอุณหภูมิ มีการเต้นของหัวใจ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นจริงทุกประการ
มู่เฉียนซีเบิกตากว้างมองไปที่ชายหนุ่มผู้งดงามเป็นอย่างยิ่งตรงหน้า “อวิ๋นซิว!”
ดวงตาสีอำพันคู่นั้นกำลังมองนางอยู่ แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้มองนาง
“เฟิงอวิ๋นซิว เจ้าต้องตั้งสตินะ!”
อาการเช่นนี้ของเฟิงอวิ๋นซิว มู่เฉียนซีแน่ใจแล้วว่าเขากำลังอยู่ในภาพลวงตา
ในตอนนี้เอง เฟิงอวิ๋นซิวก็เอ่ยปากกล่าวขึ้นว่า “องค์หญิง องค์หญิง ในที่สุดข้าก็ได้เข้าใกล้องค์หญิงแล้ว”
มู่เฉียนซีตกใจนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ภาพลวงตาที่เฟิงอวิ๋นซิวเห็นก็คือมู่หลินหลาง
“นับตั้งแต่วันที่องค์หญิงพาข้าไปในวันนั้น ข้าก็ตั้งปณิธานกับตัวเองแล้วว่าข้าจะจงรักภักดีต่อองค์หญิง จะรักและปกป้ององค์หญิงตลอดไป”
ดวงตาสีอำพันคู่นั้นลึกซึ้งและอ่อนโยนเป็นอย่างมาก เมื่อสบตาแล้วก็ทำให้ผู้คนรู้สึกหลงไหลได้
“เฟิงอวิ๋นซิว เจ้าถลึงตามองให้ดี ๆ สิว่าข้าคือใคร” มู่เฉียนซีตะโกนเรียกสติเขา
แต่ก็ไม่ได้ผล ไม่มีประโยชน์เลย!
เฟิงอวิ๋นซิวจมอยู่ในห้วงลึกของภาพลวงตานั้น แถมยังรุนแรงกว่านางในครั้งนั้นมากด้วย
เมื่อเข้าสู่โลกของตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างภายนอกล้วนไม่ส่งผลกระทบต่อเขาเลย
เขาดูรักมู่หลินหลางมากเช่นนี้ รักจนสุดหัวใจ ไม่สามารถหลุดออกได้
“องค์หญิง ข้าคิดถึ