งองค์หญิงสุดหัวใจ”
“……”
ถ้อยคำที่ไม่มีโอกาสได้พูดในเมื่อก่อน ตอนนี้เฟิงอวิ๋นซิวกลับพูดต่อหน้ามู่เฉียนซีอย่างไม่มีท่าทีที่จะหยุด
ความรักนี้ต่ำต้อยดั่งผงธุลี
แววตาของมู่เฉียนซีเริ่มเคร่งขรึมขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะที่เป็นนักปรุงยา บาดแผลทางร่างกายนางมีวิธีมากมายที่จะช่วยได้
แต่บาดแผลทางใจเช่นนี้ นางไร้หนทางจะช่วยได้จริง ๆ
มู่เฉียนซีมองเฟิงอวิ๋นซิวและกล่าวว่า “เฟิงอวิ๋นซิว ข้าจะให้เวลาเจ้าอีกหน่อย หากเจ้าไม่สามารถเดินออกมาเองได้ ข้าคงต้องใช้ความรุนแรงกับเจ้าแล้ว”
เฟิงอวิ๋นซิวยิ่งถลำลึกลงไปเรื่อย ๆ และเวลาก็ค่อย ๆ ผ่านไปอย่างช้า ๆ!
มู่เฉียนซีต้องการจะสลัดตัวหลุดจากเฟิงอวิ๋นซิวเพื่อจะไปปรุงยา แต่เฟิงอวิ๋นซิวกลับจับนางแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
ในหัวของเขาตอนนี้มีเสียงอันยั่วยวนเสียงหนึ่งดังขึ้น
รักก็ไม่ได้ เหตุใดจะต้องปกป้องอยู่เงียบ ๆ เหตุใดจะต้องทุ่มเททุกอย่างอยู่เงียบ ๆ ด้วย!
เป็นเจ้าของเถอะ!
หากครอบครองได้ นางก็จะเป็นของเจ้า!
ดวงตาสีอำพันคู่นั้นของเฟิงอวิ๋นซิวยิ่งมืดสลัวลงเรื่อย ๆ และยิ่งขยับเข้าใกล้มู่เฉียนซีเรื่อย ๆ
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เฟิงอวิ๋นซิว ข้าจะลงมือกับเจ้าแล้วนะ!”
เข็มยาเข็มหนึ่งแทงเข้าที่แขนของเฟิงอวิ๋นซิว
แต่ก็ไม่ได้ผล บาดแผลทางร่างกายทุกอย่างไม่สามารถปลุกเขาจากภาพลวงตานั้นได้
มู่เฉียนซีกล่าว “หรือว่าต้องใช้ยาที่ทำให้วิญญาณหลับใหล”
แต่นี่เป็นภาพลวงตาที่สิงโตทองลวงตา