มู่เฉียนซี ท่านอยากเกี่ยวข้องด้วยอย่างนั้นเหรอ?”
กู้ไป๋อีไม่อยู่ เดิมทีนี่เป็นโอกาสที่ดีมากที่เขาจะฆ่ามู่เฉียนซี
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าอินรั่วเฉินจะโผล่มาขวางทางเช่นนี้ ไป๋อู๋ห่ายกลัดกลุ้มใจมาก
“หัวหน้าตำหนักไป๋เป็นถึงยอดฝีมือขั้นสูงสุด จะมารังแกผู้น้อยเช่นนี้ได้อย่างไรกันล่ะ” อินรั่วเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“มู่เฉียนซีฆ่าคนตำหนักตงจี๋ไปมากมาย ทำร้ายให้บุตรสาวข้าทรมานอย่างตายทั้งเป็นมานับครั้งไม่ถ้วน แค้นนี้ จะให้ข้าอดทนได้อย่างไร?” ไป๋อู๋ห่ายกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ความแค้นไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการเข่นฆ่าเสมอไป หัวหน้าตำหนักไป๋เป็นอาวุโส แต่มารังแกผู้น้อยเช่นนี้ ช่างไร้คุณธรรมยิ่งนัก”
“นี่ท่านตัดสินใจจะตั้งตนเป็นศัตรูกับข้า จะช่วยสาวน้อยนี่แล้วใช่หรือไม่”
มู่เฉียนซีมองไป๋อู๋ห่ายและกล่าวว่า “ก็ใช่น่ะสิ! ข้ากับโอรสศักดิ์สิทธิ์เราสนิทกันมาก กิน ดื่ม สุขสำราญด้วยกันก็เคยทำมาแล้ว เขาเลือกข้างเดียวกับข้าแน่นอนอยู่แล้ว”
ไป๋อู๋ห่ายกล่าวเย้ยหยันว่า “พวกเจ้าคิดว่าพลังความแข็งแกร่งของพวกเจ้าจะขวางข้าได้อย่างนั้นเหรอ?”
พลังความแข็งแกร่งของมู่เฉียนซีกับอินรั่วเฉินนั้นห่างชั้นกับไป๋อู๋ห่ายมาก ไป๋อู๋ห่ายคิดและมั่นใจเช่นนี้
มู่เฉียนซีกล่าว “พลังของพวกข้าสองคนรวมกันเทียบเจ้าไม่ได้ แล้วหากว่าเพิ่มเจ้านี่มาอีกตัวล่ะ”
“อู๋ตี้!”
ไป๋อู๋ห่ายมองไปที่แมวตัวสีขาวขนปุยตัวนั้น รูม่านตาของเขาก็หดลงทันที “สั