มังกรเพลิงกล่าวด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่า “พวกเราเกิดมาในตอนที่โลกอยู่ในช่วงวุ่นวาย เกิดมาพร้อมกับฟ้าดิน ขะ ข้า ข้าก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นนี้…”
“นายท่าน ข้าไม่ได้ตั้งใจโง่นะขอรับ!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ตั้งใจ เจ้าอยู่เงียบ ๆ ก่อนเถอะ!”
“ขอรับ!” มังกรเพลิงตอบอย่างอ่อนแรง
มู่เฉียนซีกล่าวกับกู้ไป๋อีว่า “สถานการณ์เปลี่ยน หากเราหาฝักกระบี่เจอก่อน ความยุ่งยากก็จะลดน้อยลง หากหลีกเลี่ยงที่จะไม่ต้องต่อสู้กับพวกนั้นได้ก็ควรจะหลีกเลี่ยง”
กู้ไป๋อีพยักหน้าพลางกล่าว “อืม! งั้นเรารีบไปกันเถอะ!”
ขวับ ขวับ ขวับ!
มู่เฉียนซี กู้ไป๋อีและพวกออกไปจากเมืองจี๋กวง มุ่งหน้าไปยังทางเหนือสุดทันที
เวลาผ่านไปไม่นานนัก กองกำลังใหญ่หลายกองกำลังต่างพากันเดินทางเข้ามาในเมืองจี๋กวงแล้ว
ไป๋อู่ห่ายคิดว่าตำหนักตงจี๋ของพวกเขามาถึงเร็วที่สุดแล้ว แต่เขากลับเห็นรถม้ากลุ่มหนึ่งที่อยู่อีกทางด้านหนึ่ง และคนพวกนั้นก็มาถึงเมืองจี๋กวงก่อนตำหนักตงจี๋
คนเหล่านี้ล้วนสวมผ้ากาสาวพัสตร์ หัวล้าน ในมือถือสร้อยลูกประคำเส้นใหญ่ แววตาของทุกคนล้วนแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความเมตตาต่อสัตว์โลก
เพียงมองแค่แวบเดียวไป๋อู๋ห่ายก็รู้ถึงสถานะตัวตนของคนเหล่านี้ได้ทันที พวกเขาเก้าคนนี้เป็นอรหันต์แห่งแคว้นเทพฟ้านอินนั่นเอง
อรหันต์ทั้งเก้าล้วนแต่มีพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าขั้นสูงสุดทั้งสิ้น
และชายหนุ่มผู้บริสุทธ