ิทธิ์นิรันดร์ของจริง ส่วนกระบี่ที่อยู่ในมือมู่เฉียนซีเล่มนั้น เป็นกระบี่ปลอม!
การปรากฏตัวของอินรั่วเฉินก็เกินความคาดหมายของเฟิงอวิ๋นซิวเช่นกัน
เฟิงอวิ๋นซิวมองโอรสศักดิ์สิทธิ์ผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างไร้ที่เปรียบผู้นี้อย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เขาดูมีความรัก มีความเมตตาต่อสรรพสิ่งบนโลกนี้อย่างแท้จริง!
คนเช่นนี้ก็มีความสนใจในกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ด้วยอย่างนั้นเหรอ?
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอิน ข้าอยากบอกความจริงให้เจ้ารู้สักหน่อย ตำหนักเป่ยหานมาถึงก่อนพวกเราก้าวหนึ่ง พวกเรามาช้าถึงเพียงนี้ คาดว่าตำหนักเป่ยหานคงจะได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไปครองแล้วกระมัง”
เมื่อเห็นพวกเขาไม่มีการตอบสนองอันใด ไป๋อู๋ห่ายก็กล่าวต่อว่า “พลังความแข็งแกร่งของกู้ไป๋อีนั้น คนในดินแดนสี่ทิศล้วนแต่รู้ดี หากเขาจะเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์แล้วหนีไป พวกเราไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจขวางทางเขาได้ ข้าว่าเรามาร่วมมือกัน เป็นเช่นไร?”
อินรั่วเฉินกล่าว “อาตมาไม่อยากทำร้ายใคร และไม่อยากร่วมมือกับหัวหน้าตำหนักไป๋ด้วย สุดท้ายแล้วผู้ใดจะได้ครอบครองกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์นั้น ทุกอย่างก็ล้วนแต่ถูกลิขิตไว้แล้วทั้งสิ้น ไม่อาจฝืนชะตาฟ้าลิขิตได้”
กล่าวจบ อินรั่วเฉินก็เดินไปทันที อรหันต์ทั้งเก้าก็เดินตามเขาไป
ไป๋อู๋ห่ายมองตามหลังพวกเขาแล้วสบถคำด่าออกมา “พวกอรหันต์หน้าเนื้อใจเสือ หากพวกเจ้าไม่ปรารถนาจะได้กระบี่