หน้าที่ถูกวาดขึ้นด้วยเปลวไฟนี้แล้วก็ดูอย่างไรก็ดูไม่ออกว่านี่คือสิ่งใด
วาดตาก็ไม่เหมือนตา ปากก็ไม่เหมือนปาก ไม่มีความเป็นรูปลักษณ์ของมนุษย์เลยแม้แต่น้อย
แต่มังกรเพลิงกลับบอกนางด้วยความภาคภูมิใจว่านี่คือพิฆาตวิญญาณ!
“มังกรเพลิง เจ้าเป็นวิญญาณจิตกรที่แท้จริงเลย!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญา
โชคดีที่พิฆาตวิญญาณไปแล้ว หากเขาเห็นมังกรเพลิงวาดภาพเขาเช่นนี้เข้า มังกรเพลิงจะต้องซวยเป็นแน่
มังกรเพลิงกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “นายท่าน วิญญาณจิตกรคือจิตกรระดับไหนเหรอ ฟังดูแล้วต้องเก่งกาจมากแน่ ๆ เลย”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “เก่งกาจมาก!”
ได้ยินเช่นนี้มังกรเพลิงก็ยิ่งดีใจ “ที่แท้มังกรเพลิงอย่างข้าก็ไม่ใช่สวะไร้ประโยชน์สักหน่อย ข้าก็มีด้านเก่งด้วย เยี่ยมไปเลย”
มู่เฉียนซีมองเฟิงอวิ๋นซิวที่อยู่ข้าง ๆ และกล่าวว่า “เจ้าก็เห็นพลังของเขาแล้ว เจ้ายังยืนหยัดที่จะทำอีกต่อไปอย่างนั้นเหรอ?”
หากไม่ใช่เพราะมีอาถิงกับสุ่ยจิงอิ๋งอยู่ นางจะไม่มีทางเป็นศัตรูกับพิฆาตวิญญาณเลย
“ต่อให้มู่หลินหลางได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ในมือข้าไปครอบครองได้จริง ๆ เจ้าคิดว่านางจะยับยั้งเจ้าพิฆาตวิญญาณไหวเหรอ พิฆาตวิญญาณอันตรายเกินไป อวิ๋นซิว ข้าว่า…”
ดวงตาของเฟิงอวิ๋นซิวเผยความเจ็บปวดออกมา เขากล่าว “เฉียนซี ข้าเข้าใจในสิ่งที่เจ้าพูดทุกอย่าง แต่เรื่องพวกนี้ข้าจำเป็นต้องทำ ข้าหันหลังกลับไม่ได้จริง ๆ”
มู่เฉียนซีกล่าว “ในเมื่อ