กับเขาเหล่านี้จะอยู่กับมู่เฉียนซี
นางกล่าวกับกู้ไป๋อีว่า “ข้าจะไปเองสักครั้ง!”
“งั้นข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า!”
ทางด้านไป๋อู๋ห่ายที่หนีกลับไปที่ตำหนักตงจี๋ด้วยความตื่นตระหนก และไม่นานนักเฟิงอวิ๋นซิวก็กลับมาถึง
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “คนผู้นั้นเป็นใครกันแน่?”
เดิมทีคิดว่าองค์ชายจิ่วเยี่ยกับหมอปีศาจน่ากลัวมากแล้ว ตอนนี้ยังมีคนที่อันตรายมากโผล่มาอีกคนอีก
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ข้าไม่รู้!”
“เจ้าจะไม่รู้ได้ยังไง เจ้าสนิทกับมู่เฉียนซีขนาดนั้น เจ้าจะไม่รู้จักชายผู้นั้นได้ยังไง” ไป๋อู๋ห่ายตะคอกเสียงดัง
สีหน้าของเฟิงอวิ๋นซิวดูเฉยเมยเป็นอย่างยิ่ง “หัวหน้าตำหนักจะบีบบังคับถามข้าอย่างนั้นเหรอ?”
สีหน้าไป๋อู๋ห่ายเคร่งขรึมขึ้น “รีบส่งคนไปจับตาดูตำหนักเป่ยหาน ไปจับตาดูมู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อีไว้ให้ดี พวกมันได้แผนที่ไปแล้ว ในไม่ช้าพวกมันจะต้องเคลื่อนไหวแน่นอน ตราบใดที่พวกเราตามพวกมันไป ต่อให้ไม่มีแผนที่นั่น เราก็จะหาสถานที่นั้นเจอแน่”
ไป๋อู๋ห่ายคิดได้เช่นนี้ มู่เฉียนซีเองก็คิดได้แน่นอน
“เสี่ยวไป๋ ไป๋อู๋ห่ายต้องส่งคนมาจับตาดูพวกเราเป็นแน่ ดูท่า เราต้องหาโอกาสแอบหนีไป”
กู้ไป๋อี “อืม!”
ไปทางเหนือสุดในครั้งนี้ พวกเขาทำได้เพียงแค่พาคนที่ไว้ใจได้ไปเท่านั้น
ปิดบังได้ดีมาก จนทำให้คนของไป๋อู๋ห่ายไม่รู้ข่าวเลยแม้แต่น้อย
เมื่อมู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อีมาถึงเมืองจี๋กวง พวกเขากลับได้ข่าวที่น่าตกใจมากข่าวหนึ่ง
“กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรั