วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวขอรับ”
มู่เฉียนซีเก็บสมุนไพรวิญญาณไว้ในมิติ จากนั้นก็เปิดดูแผนที่แผ่นนั้น
กู้ไป๋อีเหลือบตามองก่อนจะกล่าวว่า “นี่มันสถานที่เหนือสุดในแดนเหนือหนิ”
คนผู้นั้นคือพิฆาตวิญญาณ เขามีเบาะแสเกี่ยวกับฝักกระบี่จริง ๆ แต่เขาไม่ลงมือเอง เขากลับเอาแผนที่นี้มาให้นาง ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
มู่เฉียนซีกล่าว “เรารีบไปกันก่อนเถอะ แค่คิดว่าอยู่ใกล้กับเจ้าหมอนั่นแล้วข้าก็รู้สึกไม่สบายตัวเลยจริง ๆ!”
มู่เฉียนซีกับพวกไม่ได้ออกไปอย่างราบรื่นแน่นอน ทันทีที่เปิดประตูออกไปก็เห็นไป๋อู๋ห่ายเดินเข้ามาหาพวกเขาแล้ว
สายตาที่ไป๋อู๋ห่ายมองมู่เฉียนซีนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิงชังราวกับอยากฉีกกระชากเนื้อนางออกเป็นชิ้น ๆ ก็มิปาน
แต่มู่เฉียนซีกลับกล่าวด้วยท่าทางนิ่งสงบว่า “หัวหน้าตำหนักไป๋ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ!”
ไป๋อู๋ห่ายกัดฟันกรอดพลางกล่าว “มู่เฉียนซี เอาแผนที่มาให้ข้าเดี๋ยวนี้”
มู่เฉียนซี “ท่านบอกจะเอาก็ต้องเอาให้ได้เลยอย่างนั้นเหรอ ไม่ไว้หน้าผู้นำตระกูลมู่อย่างข้าเลยนะ”
“นี่เจ้า…” ไป๋อู๋ห่ายจะลงมือ แต่กู้ไป๋อีมายืนขวางหน้ามู่เฉียนซีไว้
กู้ไป๋อีมองไป๋อู๋ห่ายด้วยสายตาที่เย็นชาพลางกล่าว “เมืองโยวไม่ใช่ที่ที่เจ้าคิดอยากจะลงมือก็ลงมือได้”
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะมุดหัวอยู่ในเมืองโยวตลอดชีวิต หากเจ้ายอมมอบแผนที่นั่นให้ข้าเสียตั้งแต่ตอนนี้ เจ้าก็จะไม่ต้องเจ็บตัว”
มู่เฉ