!”
สีหน้าของกู้ไป๋อียิ่งทวีความเย็นยะเยือกมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เฟิงอวิ๋นซิวนั้นนิ่งสงบมาก
ทั้งสามนิ่งเงียบกันเป็นเวลาหลายอึดใจ จนในที่สุดกู้ไป๋อีก็ทำลายความเงียบนั้นด้วยการเอ่ยปากกล่าวว่าขึ้น
“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็รีบไสหัวกลับไปเถอะ ซีเอ๋อร์ต้องพักผ่อน!”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวอย่างทอดถอนใจว่า “เฉียนซี เจ้าต้องการกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์จริง ๆ เหรอ?”
ถึงแม้ว่าจะเกลี้ยกล่อมไป๋อู๋ห่ายได้ แต่เขาก็รู้ดีว่ากระบี่ในมือนางคือของจริง
มู่เฉียนซีตอบ “ถึงแม้ว่ากระบี่มังกรเพลิงจะไม่ได้ทำพันธสัญญาชีวิตกับข้า แต่ในใจของข้ามันก็สำคัญกับข้ามาก เจ้าถามข้า งั้นข้าถามเจ้าบ้าง เจ้าต้องการมันจริง ๆ เหรอ?”
เฟิงอวิ๋นซิวพยักหน้าพลางกล่าว “ใช่! ต้องเอาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด ข้าก็ต้องเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาให้ได้”
“งั้นการประมูลครั้งนี้ เจ้าก็คือศัตรูของข้า กระบี่ที่ไม่สมบูรณ์ ต่อให้เจ้าเอาไปให้มู่หลินหลาง นางก็ไม่พอใจอยู่ดี” มู่เฉียนซีกล่าว
เฟิงอวิ๋นซิวตกใจขึ้นเล็กน้อย “นะ นี่ นี่เจ้ารู้”
“ข้าได้เจอกับองค์รัชทายาทเป่ยกง ได้ยินเรื่องราวมาบ้างแล้ว! หากเจ้าไม่ถือสา เจ้าบอกเรื่องที่เจ้ารู้มาให้ข้าฟังได้หรือไม่ อย่างเช่นเรื่องท่านพ่อของข้า”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ตอนนั้น ข้าเพิ่งคลอดออกมาได้ไม่นาน เรื่องราวหลังจากนั้นก็ถูกลบล้างไป แต่จนถึงตอนนี้เรื่องราวที่เป็นตำนานของมู่เฟิงอวิ๋นก็ยังคงเป็นที่เล่าขานกัน