คือเจ้า ข้าก็คือข้า ตอนนี้ข้าคือกู้ไป๋อี ไม่ใช่เป่ยกงหาน!”
เป่ยกงจั๋วกล่าว “หานยังคงเย็นชาเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน เราเป็นพี่น้องท้องเดียวกันนะ!”
มู่เฉียนซีกล่าว “องค์รัชทายาทเป่ยกง ที่ข้ามาวันนี้ไม่ได้จะมาพูดเรื่องเหล่านี้ เงื่อนไขของเจ้า ข้าทำให้แล้ว งั้นเจ้าก็ควรจะทำตามสัญญาแล้วสิ ตำหนักตงจี๋ กำลังจะลงมือ!”
เป่ยกงจั๋วกล่าว “ข้าเป็นคนรักษาสัจจะอยู่แล้ว หากข้าได้รับแจ้งข่าวว่ามู่หลินหลางส่งคนมาเมื่อไร ข้าจะส่งคนไปช่วยพวกเจ้า! และตำหนักเป่ยหานก็จะให้ความร่วมมือกับพวกเจ้าอย่างสุดกำลัง”
มู่เฉียนซีกล่าว “ดี! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น งั้นพวกข้าจะไปเตรียมความพร้อม!”
“เสี่ยวไป๋ ไปกันเถอะ!”
มู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อีไม่ไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อย กล่าวจบก็หันหลังเดินจากไป
เป่ยกงจั๋วกล่าวขึ้นว่า “ไม่อยู่พูดคุยกับข้าสักหน่อยเหรอ ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้าและหานเยอะเลย!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ไม่แล้วล่ะ! องค์รัชทายาทเป่ยกงมีเรื่องมากมายต้องทำ ข้าไม่อยากรบกวนเวลาของเจ้า”
กล่าวจบ ก็เดินจากไปทันที
ร่างของเป่ยกงจั๋วค่อย ๆ อันตรธานหายไปจากม่านแสงนั้น แต่สีหน้านั้นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำอย่างช้า ๆ
ช่างเป็นหญิงสาวที่ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลย ดีจริง ๆ!
บรรยากาศของตำหนักเป่ยหานและตำหนักตงจี๋เต็มไปด้วยความตึงเครียด กองกำลังต่าง ๆ ในดินแดนสี่ทิศต่างก็ครุ่นคิดพิจารณาปัญหาในการเลือกฝ่าย
แน่นอนว่าคนจำนวนมากเลือกที่จะวางตัวอ