ปครู่หนึ่งเขาถึงหายเหม่อและกล่าวว่า “มีเรื่องอันใดเหรอ?”
ลู่กงกงกล่าว “ฝ่าบาท ผู้นำตระกูลมู่กลับมาตั้งสามวันแล้ว หากฝ่าบาทอยากเจอนางก็ไปหานางเถอะพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดต้องทำเช่นนี้ด้วย…”
แววตาของซวนหยวนหลี่เทียนหม่นหมองลง “นางไม่อยากเห็นหน้าเรา เราก็ไม่อยากไปรบกวนนาง”
ลู่กงกงถอนหายใจด้วยความทอดถอนใจ “เฮ้อ!”
เมื่อมู่เฉียนซีตื่นขึ้นมา นางก็โกรธจนอยากจะเตะถีบจิ่วเยี่ยหลาย ๆ ครั้ง แต่จิ่วเยี่ยกลับถูกส่งตัวกลับไปแล้ว
ดวงตาของนางเคร่งขรึมขึ้น “ต้องรีบแก้คำสาปของจิ่วเยี่ยให้ได้”
วันนั้นนางรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่อันตรายอีกครั้ง แม้ว่าจิ่วเยี่ยจะยับยั้งมันเอาไว้ แต่เขาก็ต้องอดทนอย่างเจ็บปวดทรมานแน่นอน
ความเจ็บปวดทรมานเช่นนี้ นางไม่อยากให้เขาทนรับมันอีกต่อไปแล้ว
หลังจากที่เยวี่ยเจ๋อกลับไปเยี่ยมท่านพ่อท่านแม่เสร็จแล้วก็กลับมารายงานตัวต่อมู่เฉียนซี มู่เฉียนซีกล่าว “ถึงเวลาต้องกลับแล้ว หากเจ้าอยากอยู่กับพ่อแม่เจ้าต่ออีกสักหน่อยก็อยู่ต่อเถอะ!”
เยวี่ยเจ๋อกล่าว “พี่ใหญ่ สถานการณ์ในดินแดนสี่ทิศตอนนี้ใช่ว่าข้าจะไม่รู้นะ! ข้าอยากเผชิญความลำบากไปกับพี่ใหญ่ ไม่ใช่หลบอยู่ที่เซี่ยโจวเช่นนี้”
“ดี! งั้นก็กลับด้วยกัน”
หลังจากที่ตัดสินใจแล้ว หอฉงโหลวบนเมฆาก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศในแคว้นจื่อเยี่ยอีกครั้ง
มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพขนาดใหญ่เช่นนี้ ทำให้ทุกคนในแคว้นรู้สึกตื่นตาตื่นใจและประหลาดใจมาก
ซวนหยวนหลี่เทียนก็เห็นแล้ว