นกลับ เจ้าต้องเชื่อฟังข้า ทุกอย่าง!”
“ตามใจเจ้า! เพียงแต่ว่า…ข้าไม่มีทางแพ้แน่”
“องค์ชายจิ่วเยี่ย เจ้าอย่าได้มั่นใจเกินไปหน่อยเลย อุบายของข้ามีอีกมากเชียวนะ!”
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จิ่วเยี่ยจึงไม่ได้พามู่เฉียนซีกลับไปยังหอหมอปีศาจ แต่กลับพานางไปนอกเมือง
ตูม! คลื่นพลังอันแข็งแกร่งระเบิดขึ้นที่นอกเมืองแล้ว
พลังธาตุวารีอันเย็นยะเยือก พลังธาตุอัคคีอันร้อนแรง และยังมีพลังมืดอันน่าสะพรึงกลัวที่สุด
เพิ่งจะผ่านไปสามกระบวนท่าแรก มู่เฉียนซีก็รับไม่ไหวแล้ว
แม้ว่าระดับพลังวิญญาณจะเท่ากัน แต่ความแตกต่างนั้นเห็นได้อย่างชัดเจน
มู่เฉียนซีกล่าว “เอาอีก!”
ในขณะที่มังกรเพลิงพุ่งออกไป เข็มยาของมู่เฉียนซีก็พุ่งไปที่จิ่วเยี่ยราวกับเทพธิดาโปรยบุปผาก็มิปาน
ช่วยไม่ได้ รับมือกับคนที่จัดการได้ยากอย่างจิ่วเยี่ยเช่นนี้ นางจำเป็นต้องทุ่มสุดตัว
ปัง!
พลังของทั้งสองปะทะกันอีกครั้ง แต่ทุกครั้งที่จิ่วเยี่ยลงมือล้วนแต่ยั้งมือทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มู่เฉียนซีได้รับบาดเจ็บ
ร่างในชุดม่วงกับชุดดำพัลวันกันอยู่กลางอากาศ ไม่รู้ว่าประมือกันมากี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว จนกระทั่งพลังวิญญาณขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าของมู่เฉียนซีจางหายไป นางเกือบร่วงลงมาจากกลางอากาศ
ร่างในชุดดำเคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมแขน
“อวดดี!” แม้ว่าน้ำเสียงจะแฝงไปด้วยความตำหนิ แต่ก็จนปัญญากับนางจริง ๆ
มู่