่ยเสร็จมู่เฉียนซีก็หลับไปหนึ่งวันเต็มกว่าจะตื่นขึ้นมา ทันทีที่ตื่นขึ้นนางก็หันไปมองชายหนุ่มรูปงามผู้เย็นชาข้างกายผู้นี้
“ข้าแพ้แล้ว!”
ไม่ว่าจะเป็นพิษ! ทักษะวิญญาณ! การลอบโจมตีด้วยวิธีต่าง ๆ นางก็ลองมาหมดแล้ว
แต่มันก็ใช้ไม่ได้ผลกับจิ่วเยี่ย!
จิ่วเยี่ยมองมู่เฉียนซีพลางกล่าว “แล้วรางวัลล่ะ!”
มู่เฉียนซีขยับตัวเข้าใกล้จิ่วเยี่ย ยื่นใบหน้าไปหอมแก้มเขาครั้งหนึ่ง
“อืม! นี่รางวัลของเจ้า”
จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย “นี่ซีกำลังทำอย่างขอผ่านไปที!”
มู่เฉียนซีกล่าว “หากไม่ทำอย่างขอผ่านไปทีเช่นนี้ จะให้เจ้ากระทำต่อข้าอย่างตามใจเจ้าอย่างนั้นเหรอ ข้าจะเดินทางไปเซี่ยโจว มีเรื่องต้องจัดการ!”
“จะไปช่วยคนผู้นั้น!” แสงสลัววาบผ่านดวงตาของจิ่วเยี่ย
อันที่จริงองค์ชายจิ่วเยี่ยจำชื่อคนผู้นั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่คนที่ซีให้ความสำคัญ เขารู้สึกเกลียดชังมาก
“รางวัลเล็กน้อยเท่านี้ เจ้าคิดว่าข้าจะพอใจอย่างนั้นเหรอ?”
จิ่วเยี่ยคว้ามู่เฉียนซีมากอด กักขังนางไว้ในอ้อมอก
ไม่อยากให้นางไปเจอคนอื่น และไม่อยากให้นางไปช่วยคนอื่นด้วย
“เจ้าอย่า…อือ…” มู่เฉียนซีจะคัดค้านการกระทำของเขา แต่กลับถูกจิ่วเยี่ยจูบปิดปากเอาไว้จนพูดไม่ออก
จิ่วเยี่ยใช้อำนาจบาตรใหญ่จูบนาง จู่โจมอย่างรวดเร็วจนทำให้นางไม่มีแรงขัดขืน
หลังจากจูบนี้ผ่านไป เขาก็กอดมู่เฉียนซีแน่น
“ข้าจะทำเกินไป และจะทำยิ่งกว่านี้ด้วย”
มู่เฉียนซีอยากจะแกล้งตายจริง ๆ ทว่า ดวงตาอันเ