นใจเต็มร้อยว่าจะเอาชนะมู่เฉียนซีได้
นี่ตกลงพวกเขาจะต้องพ่ายแพ้จนหมดตัวกลับสำนักโอสถฯ ไปอย่างนั้นเหรอ หากเป็นเช่นนั้นคงต้องอับอายขายขี้หน้าเป็นแน่
ทว่า เมื่อนึกถึงการประลองแบบหมุนเวียนแล้ว พวกเขาก็มีความมั่นใจขึ้นมาทันที
ประลองเดี่ยว เอาชนะได้ยาก แต่พวกเขามีคนมากกว่า จะต้องกลัวอันใด
สนามที่สอง สนามที่สาม สนามที่สี่…
การประลองผ่านไปทีละสนาม แต่ยังไม่มีศิษย์ของสำนักโอสถฯ คนใดเอาชนะมู่เฉียนซีได้เลย
หลังจากที่พวกเขาหลอมยาเสร็จ ก็สูญเสียพลังจิตไปมากมาย แต่มู่เฉียนซีที่หลอมยาไปถึงห้าสนามติดกัน กลับดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
“พลังจิตของนางแข็งแกร่งถึงเพียงใดกันแน่”
“นี่นางยังเป็นมนุษย์อยู่อีกหรือไม่”
“……”
ก่อนหน้านี้พวกเขาประเมินนาไงต่ำไป แต่ตอนนี้กลับตกตะลึงกับพลังจิตของมู่เฉียนซีไปเสียแล้ว
พวกเขากัดฟันกรอดพลางกล่าว “ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางจะไม่สูญเสียพลังจิตเลย!”
“ศิษย์พี่ เราจะสู้อย่างสุดชีวิต!”
“จะแพ้ไม่ได้ แพ้ไม่ได้เด็ดขาด!”
เมื่อถึงยามตะวันลาลับขอบฟ้า ก็ยังไม่มีใครเอาชนะมู่เฉียนซีได้สักคน
เช้าวันต่อมา ดวงอาทิตย์โผล่พ้นเส้นขอบฟ้ามาอีกครั้ง พวกเขาก็ยังเอาชนะมู่เฉียนซีไม่ได้
เหล่าบรรดาผู้อาวุโสของสำนักโอสถฯ ต่างก็ตกตะลึงพรึงเพริดกันถ้วนหน้า ยาลูกกลอนที่มู่เฉียนซีหลอมออกมาแต่ละครั้งไม่เหมือนกันสักเม็ด
นึกไม่ถึงเลยว่าดินแดนระดับต่ำแห่งนี้จะมีคนที่มีสูตรยาขั้นสวรรค์ระดับเก้ามากถึงเพี