นในครั้งนี้มาก ข้าไม่อยากให้มีเรื่องอันใดเพียงเพราะฟังคำพูดของแม่นางผู้นี้เพียงด้านเดียว เช่นนั้นเกรงว่า…”
ผู้อาวุโสหวงกล่าว “ก็เพียงแค่ฆ่าเด็กสาวของกองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสามผู้หนึ่ง ไฉนเลยที่องค์รัชทายาทเป่ยกงจะไปสนใจอะไรมากมายเช่นนั้น เรื่องนี้ข้าจัดการเอง!”
มู่เฉียนซีและกู้ไป๋อีกลับไปยังในตำหนัก เขากล่าวถามขึ้น “ซีเอ๋อร์ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “เสี่ยวไป๋ เจ้าเคยได้ยินเรื่องเผ่าวิญญาณร้ายมาก่อนหรือไม่?”
กู้ไป๋อีตะลึงงัน “เหมือนว่าจะเคยได้ยินมา แต่ไม่ได้จดจำอะไรลึกซึ้งนัก ข้าจะส่งคนไปค้นหาในตำราโบราณของตำหนักเป่ยหานเสียหน่อย”
ว่าแล้วมู่เฉียนซีก็ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในแดนโอสถให้เขาฟัง พลันนั้นกู้ไป๋อีก็มีสีหน้าที่มืดครึ้มลง
“โชคดีที่เจ้าไม่เป็นอะไร!”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “ในทุกที่ของแดนโอสถนั้นล้วนแต่มีสมบัติล้ำค่าที่ข้ารักข้าชอบ ดังนั้นแล้วข้าจึงนับว่าโชคดีเป็นพิเศษ แต่ทว่าชิงอิ่งนั้นได้ใช้กำลังไปจนหมดสิ้นเสียแล้ว จะต้องหลับใหลไปสักช่วงเวลาหนึ่ง”
กู้ไป๋อีกล่าว “เขาหลับใหลไปแล้วก็ให้ผู้บำเพ็ญภูตธาตุน้ำผู้นั้นอยู่ข้างกายเจ้าเสีย มิเช่นนั้นข้ามิวางใจ”
“อื้ม! ข้ารู้แล้ว!”
และในตอนนี้เอง กลิ่นอายหลายกลิ่นก็ได้พุ่งเข้ามาทางมู่เฉียนซี
แต่ละคนล้วนแต่มีพลังในการต่อสู้เต็มขั้น อีกทั้งเมื่อดูพลังที่เปล่งออกมาแล้วนั้น พวกเขามิได้มาดีแน่นอน
กู้ไป๋อีกล่าวขึ้น “พวก