นก็ได้พุ่งมาทางมู่เฉียนซีอย่างบ้าคลั่ง
แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง! เงาร่างสีเขียวเงาหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นและป้องกันที่ด้านหน้าของมู่เฉียนซีเอาไว้ พร้อมกันนั้นก็ได้กันลูกศรน้ำแข็งเหล่านี้เอาไว้ทั้งหมด
มู่เฉียนซีกล่าว “ชิงอิ่ง ดึงดูดความสนใจของกิ้งก่าน้ำแข็งนี้เอาไว้ อย่าได้ถูกมันทำให้บาดเจ็บเข้าเล่า”
“อื้ม!” ชิงอิ่งพุ่งออกไปรั้งกิ้งก่าน้ำแข็งตัวนั้นเอาไว้
ทันทีที่เงาร่างของมู่เฉียนซีพุ่งผ่านไปขวดโอสถขวดใหญ่ขวดหนึ่งก็ได้ถูกโยนออกมา
เมื่อขวดโอสถนั้นลอยอยู่กลางอากาศมู่เฉียนซีก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “บุปผาหลั่งสายฝน!”
ปัง! ขวดโอสถน้ำขวดนั้นได้ระเบิดออก เมื่อโอสถนั้นสาดกระจายลงมา มันก็ได้ตกลงบนตัวของกิ้งก่าน้ำแข็งนั่น
หยาดฝนเพียงเล็กน้อยแค่นี้ทำให้กิ้งก่าน้ำแข็งรู้สึกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องป้องกัน
ตัวมันเดิมทีนั้นก็มีพิษร้ายอยู่แล้ว มันเองก็มิได้กลัวพิษของมนุษย์อันต่ำต้อยเลยไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย
มันพุ่งไปทางมู่เฉียนซีอย่างโกรธเกรี้ยว เงาร่างยักษ์ใหญ่เข้าไปใกล้มู่เฉียนซี มันแฝงไปด้วยกลิ่นอายอันน่ากลัวอย่างที่สุด
ในตอนที่กลิ่นอายปกคลุมลงมา มู่เฉียนซีรู้สึกว่าร่างกายของนางนั้นเปลี่ยนไปราวกับกลายเป็นน้ำแข็งสลักก็มิปาน มันไม่อาจขยับได้เลยแม้แต่น้อย
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ดนั้นเหนือกว่าผู้แข็งแกร่งระดับมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นสูงสุด พลังนั้นช่างน่าหวั่นพรึงจริง ๆ
ในตอนที่กิ้งก่าน้ำแข็งกำลังจะฆ่ามู่เฉีย