ิดได้นี่!”
“อีกทั้งยังสิ้นเปลืองยาลูกกลอนเช่นนี้ คาดว่าคงจะไม่มีใครสามารถเลี้ยงหุ่นเชิดเช่นนี้ได้ไหว”
พวกเขาชาวเกาะไห่เทียนที่บอกว่าตนนั้นเก่งกาจกว่าสำนักนิกายระดับสามก็ยังไม่อาจที่จะเลี้ยงบำรุงหุ่นเชิดเช่นนี้ได้
ในขณะที่พวกเขากำลังตกตะลึง ชิงอิ่งก็ได้ลงมือเสียแล้ว
“อ๊าก!” เมื่อเผชิญหน้ากับชิงอิ่งที่เป็นเครื่องมือสังหารอันฝืนชะตาฟ้า พวกเขานั้นไม่มีโอกาสที่จะได้ตอบโต้เลย
คิดจะหนี? ขอโทษด้วย มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับห้าและระดับหกกำลังรออยู่! ซึ่งไม่ให้โอกาสพวกเขาได้หนีเลย
“นายน้อย พวกเราหนีไม่ได้แล้ว!”
“นายน้อย จะทำเช่นไร?”
“……”
ไห่ฝานมองไปยังมู่เฉียนซี เขารู้ว่าเมื่อครู่นี้มู่เฉียนซีได้ระเบิดพลังอันน่าหวั่นพรึงออกมาตอนที่ต่อสู้กับไป๋เหยียนเอ๋อร์ ในตอนนี้พลังวิญญาณก็ได้ถูกใช้ไปจนหมดสิ้นแล้วจึงมิได้ลงมือ จะต้องสู้ด้วยได้โดยง่ายดายยิ่งนักเป็นแน่!
ขอแค่เพียงควบคุมมู่เฉียนซีเอาไว้ได้ พวกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นั้นก็จะสามารถจัดการมันไปได้ตามสถานการณ์
เมื่อนึกถึงไป๋เหยียนเอ๋อร์ขึ้นมาพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะกร่นด่าออกมาว่านางสารเลว! ได้ทีก็กลับหนีไปตัวคนเดียว เสียทีที่เขานั้นดีกับนางด้วยใจจริง
ไห่ฝานลงมือโจมตีมู่เฉียนซีอีกครั้ง ลูกดอกที่รูปทรงเหมือนดั่งเพชรได้พุ่งออกไปประหนึ่งสายฟ้าฟาดก็มิปาน
ที่ลูกดอกนั้นมีพิษร้ายของเกาะไห่เทียนของพวกเขาอยู่ หากทันทีที่มันโดนมู่เฉียนซีเข้า มู่เฉียนซีจะต้องตายอย่างไม