“รับทราบ” คนผู้นั้นรับคำสั่งแล้วจากไป
มู่เฉียนซีกลับมายังหอหมอปีศาจแบบกระเป๋าตุง ในตอนกลางคืนได้มีคนเข้ามาส่งข่าวว่า “ประมุขน้อย ท่านหัวหน้าตำหนักเชิญให้ท่านไปที่ตำหนักเป่ยหานขอรับ”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบ “ไปกันเถอะ”
มู่เฉียนซีออกจากหอหมอปีศาจไปได้ไม่นานก็พบว่าทิศทางที่พวกเขาพาไปนั้นไม่ถูกต้อง
ฟึ่บ! เข็มยาของมู่เฉียนซีพุ่งออกไป คนผู้นั้นก็สลบลงไปอยู่บนพื้นทันที
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ในเมื่อล่อให้ข้าออกมาแล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ หรอก”
เงาร่างสีขาวเงาหนึ่งปรากฏตัวขึ้น แน่นอนว่าที่ด้านหลังของนางผู้นั้นยังมีกลิ่นอายอันแข็งแกร่งอีกหลายกลิ่นอายซุ่มซ่อนอยู่ นางผู้นั้นก็คือไป๋เหยียนเอ๋อร์นั่นเอง
มู่เฉียนซียิ้มอย่างเย็นชา “ไป๋เหยียนเอ๋อร์ นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมีความกล้ามากมายเช่นนี้ ตำหนักเป่ยหานนั้นเป็นถิ่นที่ของข้า แต่เจ้ากลับกล้ามาเยือน”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์ยิ้มแล้วกล่าว “มู่เฉียนซี ในตอนนี้ตำนักโอสถฯ กำลังจะจัดงานประชุมนักปรุงยาครั้งใหญ่ขึ้น เจ้าคิดว่าพวกเขาจะยอมให้พวกเจ้าคนของตำหนักเป่ยหานมาฆ่านักปรุงยาของตำหนักตงจี๋รึ?”
“ในเมื่อเป็นการสงบศึก เช่นนั้นคืนนี้ที่เจ้าล่อข้าออกมาคงมิใช่เพราะอยากพูดคุยกับข้าหรอกกระมัง”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ ในเมื่อไม่สามารถลงมืออย่างโจ่งแจ้งได้ แต่การจะฆ่าเจ้าอย่างผีไม่รู้เทพไม่เห็นนั้นก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่โตอะไรนัก”
ว่าแล้วไป๋เหยียนเอ๋อร์ก็พุ่งไป